วันจันทร์ 24 กรกฎาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าว ศธ. > การประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริต ศธ. เมื่อ 12 ก.ค.2560

การประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริต ศธ. เมื่อ 12 ก.ค.2560

หมวดหมู่ : ข่าว ศธ. 14 กรกฎาคม 2017 เปิดอ่าน 375 ครั้ง

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันพุธที่ 12 กรกฎาคม 2560 ณ ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นางรัตนา ศรีเหรัญ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ผู้บริหารองค์กรหลัก ตลอดจนผู้แทนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน, ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และนิติกรจากองค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุม

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการทุจริตของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้ข้อสรุปและมีความก้าวหน้าไปในทิศทางที่ดีในหลายส่วน โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้

● ความก้าวหน้าการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการทุจริต

1) การดำเนินงานในคดีทั่วไปของหน่วยงานในสังกัด ศธ. 10 แห่ง (ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2560) พบว่า สามารถดำเนินการแล้วเสร็จ 283 เรื่อง จากทั้งหมด 629 เรื่อง

2) การดำเนินงานคดีที่มีผลกระทบในวงกว้างมูลค่าความเสียหายสูง ส่วนใหญ่ได้ข้อสรุปแล้ว ทำให้สามารถเดินหน้าทำงานต่อไปได้ อาทิ

– กรณีบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการ สกสค.) ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงกับพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 7 ราย

– กรณีโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชน ร่วมทุนกับบริษัทหนองคายน่าอยู่ จำกัด ทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งว่า บริษัทดำเนินการขายหุ้นให้สำนักงานคณะกรรมการ สกสค.โดยชอบด้วยกฎหมาย และยินดีที่จะซื้อหุ้นคืนทั้งหมดในราคาเดิม โดย รมว.ศึกษาธิการ มอบประธานคณะทำงาน หารือร่วมกับเลขาธิการ สกสค. และผู้เกี่ยวข้อง ในประเด็นการซื้อหุ้นคืนในราคาเดิมต่อไป

– กรณีโครงการก่อสร้างอาคารพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ผลการสืบข้อเท็จจริงพบว่ามีมูล จึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัยกับผู้มีส่วนร่วมกระทำผิดและสอบหาผู้รับผิดชอบทางละเมิด

– กรณีการจัดซื้อจัดจ้างตามโครงการ CCTV โรงเรียนในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พบว่าการดำเนินงานไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง หรือ TOR (Term of Reference) และอุปกรณ์มีราคาสูงกว่าปกติ ทั้งในส่วนของ Hardware, License เป็นต้น จึงมอบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แจ้งบริษัทคู่สัญญาให้ดำเนินงานให้ครบถ้วนตามสัญญาในเวลาที่กำหนด พร้อมเตรียมการริบเงินประกันในกรณีบริษัทผิดสัญญาต่อไป

– กรณีการจัดสร้างสนามฟุตซอล ซึ่งปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนว่า มีการจัดจ้างสร้างสนามฟุตซอล จากงบแปรญัตติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้กับ 416 โรงเรียนใน 18 จังหวัด ส่อเหตุไปในทางไม่สุจริต ซึ่ง สพฐ.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสืบสวนข้อเท็จจริง รวม 16 คณะ ซึ่งขณะนี้มีรายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริง 3 คณะ อยู่ระหว่างสรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริง 9 คณะ และมีผลการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว 2 คณะ ส่วนที่เหลืออีก 2 คณะอยู่ระหว่างสรุปผลการสืบสวนข้อเท็จจริง

– กรณีการปรับปรุงห้องเรียน (e-Classroom) และห้องสมุดคุณภาพสู่มาตรฐานสากล (e-Library) ซึ่งเกิดจากการจัดสรรงบแปรญัตติเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว เมื่อปี 2556 ต่อมาสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้แจ้งมายัง ศธ. ว่าการดำเนินงานโครงการไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีในหลายประเด็น และมีโรงเรียนที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก สพฐ.จึงได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง 22 คณะ โดยในขณะนี้คณะกรรมการรายงานผลการสืบสวนแล้ว 12 คณะ และอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงอีก 10 คณะ


● การจัดทำระบบกำกับติดตามเรื่องร้องเรียนและการดำเนินการทางวินัย

ที่ประชุมได้รับทราบศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ (ศปท.ศธ.) ซึ่งมีนายพิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้า ศปท.ศธ. ได้ดำเนินการพัฒนาซอฟต์แวร์ “ระบบกำกับติดตามเรื่องร้องเรียนและการดำเนินการทางวินัย” ที่ใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน ตามดำริของ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ ที่จะช่วยให้การกำกับติดตามเรื่องมีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยระบบดังกล่าวจะแสดงจำนวนคดีที่มีอยู่ในระบบทั้งหมด สถานะของคดี (ปกติ, เกินกำหนดเวลา, กำลังจะล่าช้า) การแจ้งเตือนตามขั้นตอนสืบสวนสอบสวน การสืบค้นคดี ตลอดจนรวบรวมรายการคดีที่ผู้ใช้งานกดติดตามไว้ เป็นต้น

ทั้งนี้ ได้ดำเนินการอบรมหลักสูตรสำหรับผู้ใช้งานระบบกำกับติดตามเรื่องร้องและการดำเนินการทางวินัย เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา


● การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการของ ศปท.ศธ.

ที่ประชุมรับทราบการเกลี่ยอัตรากำลังข้าราชการ (เพิ่มเติม) สำหรับปฏิบัติงานที่ ศปท.ศธ. อีก 2 อัตรา (รวมเป็น 7 อัตรา) เพื่อให้มีอัตรากำลังคนสอดคล้องกับบทบาท ภารกิจและอำนาจหน้าที่ รวมทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการของ ศปท. ด้วย

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวด้วยว่า จากความก้าวหน้าการดำเนินงานที่กล่าวไปทั้งหมด ขอให้เชื่อว่ากระทรวงศึกษาธิการในยุคนี้ ให้ความสำคัญและเดินหน้านโยบายแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างเอาจริงเอาจัง โดยมีความพยายามที่จะกำกับ ติดตาม และซักถามความก้าวหน้าการสอบสวนในแต่ละเรื่องเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า พร้อมชี้แนะและกำชับให้หน่วยงานต้นสังกัดเร่งรัดการดำเนินงานอย่างละเอียดรัดกุมและครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ได้มากที่สุด เพื่อเปิดเผยความจริงให้ปรากฏโดยเร็ว ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการเผยแพร่ความก้าวหน้าการดำเนินงานออกไปอย่างกว้างขวาง ให้สาธารณชนได้รับรู้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราเอาจริงและเป็นการป้องปราบผู้ที่คิดจะทำไม่ดีด้วย


ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2017/jul/367.html 

ข่าวล่าสุดของหมวดหมู่ ข่าว ศธ.

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook