วันพุธ 28 มิถุนายน 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > บทความ > ลือหึ่ง!! ล็อกสเปก เก้าอี้“เลขาธิการสกสค.”

ลือหึ่ง!! ล็อกสเปก เก้าอี้“เลขาธิการสกสค.”

หมวดหมู่ : บทความ 20 พฤษภาคม 2017 เปิดอ่าน 644 ครั้ง

ภายในเดือนพ.ค.2560 นี้ จะได้รู้กันว่าใครคือผู้นำคนใหม่ในองค์การที่”สร้างรายได้”ให้กับกระทรวงศึกษาธิการ ทว่า…ลือหึ่ง!! ล็อกสเปก เก้าอี้“เลขาธิการสกสค.”

          เปิดรายชื่อผู้ชิงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)ไปเมื่อวันที่ 17 พ.ค.2560 มีผู้ได้รับการเสนอชื่อ 4 ราย คือ “ดร.พิษณุ ตุลสุข”รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. “นางผานิตย์ มีสุนทร” รองปลัด ศธ. “นายสันติ รุ่งสมัย” อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 และ “นายสมมาตร์ มีศิลป์”อดีตผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.

ลือหึ่ง!! ล็อกสเปก เก้าอี้“เลขาธิการสกสค.”

ดร.ชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์

          ขั้นตอนหลังจากปิดรับสมัคร(ระหว่างวันที่ 2-16 พ.ค.2560)คณะกรรมการกลั่นกรองตรวจสอบและคัดเลือกบุคคลบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเลขาธิการสกสค.ที่มี”ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์“ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน จะทำหน้าที่พิจารณาประวัติ  ผลงาน และวิสัยทัศน์ ผู้สมัครชิง”เก้าอี้เลขาธิการ สกสค.”ตามเอกสารที่เสนอมา เพื่อนำเสนอชื่อให้”บอร์ด สกสค.”เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง “เลขาธิการ สกสค.” ภายในเดือนพ.ค. 2560

          ว่ากันว่าเงื่อนไขการเสนอรายชื่อ ไม่เกิน 3 คน ส่วนจะเสนอทั้ง 3 คน ให้บอร์ดคัดสกสค.คัดเลือกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ“คณะกรรมการกลั่นกรองฯ”ชุดที่มี“ดร.ชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์”เป็นประธาน  อีกทั้งผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นข้าราชการจะต้องลาออกจากราชการก่อนที่จะมีการแต่งตั้งเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้เต็มเวลา

           จับจ้องไปที่ การออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยที่สมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้การดำเนินการสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา

          เป็นไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 17/2560 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2558 ลงวันที่ 21 มีนาคม พุทธศักราช 2560 อาศัยอำนาจตามความในข้อ 6 วรรคสาม ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2558 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ 16 เมษายน พุทธศักราช 2558 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 17/2560 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า

          คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 7/2558 ลงวันที่ 21 มีนาคม พุทธศักราช 2560 จึงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามเอกสารที่แนบ http://www.otep.go.th/admin/assets/cdn/files/vvLIOf1saB_1494216300.pdf และ http://www.otep.go.th/admin/assets/cdn/files/tMTRAy3qV5_1494216300.docx

           ตามประกาศ คสช.ที่ 17/2560 ข้อ 2 (3) กำหนดให้“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ” ออกหลักเกณฑ์”ต่างๆ เพิ่มเติมได้ แต่ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ข้อ 4(1) กำหนดให้ กรรมการ สกสค. ต้องเซ็นรับรองผู้ถูกเสนอชื่อสมัครตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. นั้นหมายถีง “การล๊อกคนอื่นทำให้สมัครไม่ได้” หรือเป็นการ “ล๊อกสเปก” เพื่อเอื้อต่อบุคคลใด บุคคลหนึ่งที่ถูกเสนอชื่อนั่นเอง

ลือหึ่ง!! ล็อกสเปก เก้าอี้“เลขาธิการสกสค.”

ดร.พิษณุ  ตุลสุข

           ความไม่ชอบมาพากล เริ่มตั้งแต่หลังการออกประกาศรับสมัคร“เก้าอี้เลขาธิการ สกสค.”ปรากฏว่าได้รับความสนใจจาก นักธุรกิจคนรุ่นใหม่ ที่ผ่านประสพการณฺ์บริหารองค์กรกึ่งรัฐและรัฐวิสาหกิจมาอย่างโชกโชนและประสพความสำเร็จ แต่ดูเหมือนว่า ความฝันของคนเหล่านี้ “ดับลง” เพราะการสมัตรต้องมี”บอร์ดสกสค.”เซ็นรับรอง ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้จำนวนผู้ถูกเสนอชื่อเหลือเพียง 4 คน ทั้งที่มีคนในใจต้องการสมัครชิงเก้าอี้เลขาธิการ สกสค. ไม่น้อยกว่า 30 คน

           เมื่อตรวจสอบรายชื่อ“ว่าที่เลขาธิการ สกสค.”ทั้ง 4 คน พบว่า“2 คน” เป็นเพียง “ไม้ประดับ” เพื่อตัดคะแนนให้ผู้สมัครอีกคนให้มีความโดดเด่นมากขึ้น แต่ช่วงโค้งสุดท้ายของการรับสมัคร ที่ผู้สมัครคนสุดท้ายต้องร้องขอความเป็นธรรมจาก“นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  เพื่อขอให้ “บอร์ดสกสค.”เซ็นรับรองการรับสมัครในครั้งนี้ด้วย

ลือหึ่ง!! ล็อกสเปก เก้าอี้“เลขาธิการสกสค.”

นายสมมาตร์  มีศิลป์

           ท่ามกล่าวกระแสข่าวลือ “ล็อกเสปก” เก้่าอี้เลขาธิการ สกสค. ทำให้ “ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์“ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ็ในฐานะประธานในการพิจารณาประวัติ ผลงาน และวิสัยทัศน์ ผู้สมัครชิง“เก้าอี้เลขาธิการ สกสค.”ออกมาตอบโต้ทันทีว่า…

“ผมยืนยันว่าไม่มีการล็อกสเปก เพราะสเปกที่กำหนดมีการเปิดกว้างตามกฏหมายของทั้ง 2 หน่วยงาน คณะกรรมการกลั่นกรองฯก็จะพิจารณากลั่นกรองคนให้ดีที่สุด และในการลงมติคัดเลือกจะเป็นการลงคะแนนลับ ผมมั่นใจได้ว่า ไม่มีการจัดวางตัวบุคคลไว้ล่วงหน้าได้แน่นอน”  

           ความไม่ธรรมดา ของการเก้าอี้ “เลขาธิการ สกสค.” จะมีบทบาทสำคัญยิ่งในการกำับดูแล“องค์การค้า”ของสกสค. นั่นหมายถึงเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ในการบริหารจัดการ ทั้ง “หนี้สิน” และ“ยอดเงินขายหนังสือแบบเรียน”  ​

      ข้อเท็จจริงอีกด้าน “ลุงตู่” อาจยังไม่รู้!!!

          องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) อีกมุมหนึ่งก็เหมือนรัฐวิสาหกิจของรัฐ เช่น ปตท. การบินไทย ขสมก. การรถไฟ แต่องค์การค้าของ สกสค. มีหน้าที่ผลิตหนังสือแบบเรียน(ตำราเรียน) จำหน่ายให้นักเรียนกว่า 15 ล้านคนต่อปี และสามารถพยุงราคาหนังสือไม่ให้เอกชนรายอื่นขายแพงเกินไป

          สังเกตยอดรายได้ปี 2557 สุทธิ อยู่ที่ 3,544 ล้านบาท และปี 2558 สุทธิอยู่ที่ 3,681 ล้านบาท ในช่วงที่ ผอ.องค์การค้าฯ (นายสมมาตร์  มีศิลป์)มาจากการสรรหาจากบุคคลภายนอก และเคยเป็นผู้บริหารเอกชน ที่มีความรู้ มีความสามารถทางการตลาด ทำให้องค์การค้ามีสภาพคล่อง สามารถดูแลพนักงานกว่า 2,000 ชีวิต และสามารถใช้หนี้ได้ทุกปี แถมให้เงินสนับสนุนคุรุสภาอีก 150 ล้านบาท

           แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐใหม่ ในยุค คสช.  ได้ยกเลิกจ้างคนเก่าไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในยุคนั้นได้แต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน “ผอ.องค์การค้าฯ”ที่มาจาก”ข้าราชการประจำ”ซึ่งขาดประสบการณ์เข้ามาบริหาร ในช่วง 2 ปีแรกคือ 2559 – 2560 โดยยอดขายปี 2559 (ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ ปฏิบัติหน้าที่ผอ.องค์การค้าฯ) อยู่ที่ 2,621 ล้านบาท และยอดขายปี 2560(ดร.พิษณุ  ตุลสุข ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.องค์การค้าฯ) อยู่ที่ 1,700 ล้านบาท ถ้ารวมยอดขายในช่วง 2 ปี จะอยู่ที่ 3,234 ล้านบาท ซึ่งเห็นได้ชัดว่าองค์การค้าฯ ขาดทุนย่อยยับ คล้ายกับ“โครงการรับจำนำข้าว” ที่ทำรัฐเสียหาย จนทำให้ อดีต นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ข้าราชการประจำ ถูกดำเนินคดี อาญาและคดีแพ่ง เรียกบังคับคดีกันอยู่

ลือหึ่ง!! ล็อกสเปก เก้าอี้“เลขาธิการสกสค.”

        ความพิเศษของ“เก้าอี้เลขาธิการสกสค.”ยุค“คสช.”ที่“ลุงตู่”ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษาไทยเป็นอย่างมาก  นี่คือบทพิสูจน์อีกครั้งว่า “ลุงตู่”ต้องการให้”องค์การค้าฯ”เจริญรุ่งเรืองทำหน้าที่ถุงดุลราคาตำราเรียนเพื่อช่วยคนจน หรือจะเป็น”ดินแดนสนธยา”แหล่ง”สูบเงิน”ของข้าราชการและนักการเมือง เช่นในอดีต… 

0 กมลทิพย์   ใบเงิน 0 รายงาน

        pateekamolthip@gmail.com

ที่มา http://www.komchadluek.net/news/edu-health/277675

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook