วันอังคาร 22 สิงหาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > สาระน่ารู้ > 7 หนทาง บริหารเงิน ในกระเป๋าให้งอกเงย

7 หนทาง บริหารเงิน ในกระเป๋าให้งอกเงย

หมวดหมู่ : สาระน่ารู้ 20 พฤษภาคม 2017 เปิดอ่าน 1,780 ครั้ง

ตามประสามนุษย์ยุคดิจิตอลหัวใจติดสปีด ถ้าจะอาศัยความเพียร ขยันอดออมเพื่อรอให้เงินฝากเติบโตจากดอกเบี้ยอย่างเดียวคงไม่ทันใจ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้คนยุคนี้ต้องขวนขวายเพื่อหาช่องทางบริหารเงินในกระเป๋าให้งอกเงยด้วยสารพัดวิธี บางคนเลือกเจียดเงินเก็บมาลงทุนในหุ้น ซื้อกองทุน หรือเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า ช่องทางเหล่านี้แม้จะเป็นหนทางให้เงินทำงานเพื่อผลิดอกออกผล แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่ต้องยอมรับ

สำหรับใครที่ไม่อยากน้ำตาเช็ดหัวเข่าเพราะลงทุนพลาด ลองไปดู 7 คำแนะนำจากแซ็ค ฟรีดแมน กูรูด้านการลงทุนที่มีประสบการณ์ในการทำงานด้านการเงินให้กับบริษัทชั้นนำมากมายมาถึง 15 ปี เขาได้รวบรวม 7 บทเรียนทางการเงินที่ไม่เพียงตอบโจทย์องค์กรใหญ่ แต่ยังใช่เลยกับการบริหารเงินในกระเป๋าของนักลงทุนทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า

terra1905601

1.ท่องไว้อะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกการลงทุน : เพราะฉะนั้นเพื่อรักษาเสถียรภาพเงินในกระเป๋าของคุณ ให้ถือคติ อย่าวางไข่ที่มีทั้งหมดไว้ในตะกร้าเดียว แต่ให้กระจายไว้หลายๆที่ เพราะอย่างน้อยถ้าตะกร้าใบหนึ่งเกิดตกแตก ตะกร้าที่เหลือก็ยังมีไข่อยู่ เช่นเดียวกับการลงทุน คุณต้องมีแผนสำรองให้ตัวเองเสมอ เพราะอย่างน้อยถึงไฟดวงแรกดับลง ก็ยังมีอีกหลายดวงที่ส่องสว่างอยู่

2.ไม่มีคำถามไหนงี่เง่าเกินกว่าจะถาม : ไม่มีใครดูแลเงินของคุณได้ดีกว่าตัวคุณเอง ฉะนั้นก่อนจะเลือกลงทุนใดๆ ต้องรู้ก่อนว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงนั้นจะลดลงได้ หากคุณมีความเข้าใจรูปแบบการลงทุนที่คุณเลือก ฉะนั้นอย่าอายที่จะถามให้รู้ทุกเรื่อง

3.อย่าประมาทบัตรพลาสติกในกระเป๋า : เครดิตการ์ดอาจจะให้อิสรภาพทางการเงินบางอย่างกับคุณ แถมยังพ่วงด้วยโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์มากมาย แต่ถ้าใช้อย่างไม่เท่าทัน คุณอาจตกเป็นทาสดอกเบี้ยมหาโหดจากบัตรเครดิตที่บวกลบคูณหารดูแล้วสูงกว่าผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากการเอาเงินไปลงทุนในรูปแบบต่างๆเสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นคุณต้องบอกตัวเองเสมอว่า ถ้ารักจะใช้บัตรพลาสติกแทนเงินสด ต้องสร้างเกราะวินัยทางการเงินให้แน่นหนา

4.จ่ายเพื่อตัวเองก่อน : หากคุณจะเลือกลงทุนสักอย่าง อย่ามองข้ามที่จะลงทุนเพื่อตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินเข้ากองทุนตอนเกษียณ หรือ จ่ายเงินให้กับประกันสังคม เพราะนอกจากจะเป็นการวางแผนการเงินในระยะยาวแล้ว คุณยังสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้

5.อย่าหยุดที่จะเรียนรู้ : โลกของการเรียนรู้ไม่ได้ปิดฉากลงเมื่อคุณก้าวออกจากมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังเปิดกว้างเสมอ สำหรับมือใหม่หัดลงทุนก็ดี หรือ ผู้ที่ผ่านการลงทุนมาอย่างช่ำชอง ต้องไม่ทิ้งโอกาสที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะสอบถามจากผู้รู้ หรืออาศัยการอ่าน เพราะยิ่งคุณมีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนมากเท่าไหร่ โอกาสก้าวพลาดก็น้อยลงเท่านั้น

6.การเป็นหนี้ไม่ใช่ฝันร้ายเสมอไป : หลายคนอาจส่ายหน้า ถอยหนีเมื่อพูดถึง “หนี้” ทั้งที่ความจริงแล้ว หนี้ มีทั้งหนี้ดีและไม่ดี เราไม่จำเป็นต้องวิ่งหนีการเป็นหนี้ แต่แค่เลือกว่าจะสร้างหนี้ดีหรือหนี้ไม่ดีเท่านั้น สำหรับหนี้ไม่ดีคงไม่ต้องบอกว่ามีอะไรบ้าง แต่สำหรับหนี้ดีที่หลายคนมองข้าม คือ หนี้จากสินทรัพย์ระยะยาว อย่างการกู้ซื้อบ้านหรือคอนโด เป็นต้น หลักการง่ายๆก่อนคิดจะเป็นหนี้คือ ถามตัวเองให้ชัดว่าหนี้ที่กำลังจะสร้างนั้นก่อให้เกิดรายได้หรือมีแต่ดูดเงินในกระเป๋าคุณออกไป ถ้าคำตอบเป็นอย่างแรก ก็ลุยเลย

7.ไม่มีคำว่าสายสำหรับการลงทุน : คุณไม่มีวันไปถึงจุดหมาย หากไม่เริ่มต้นก้าวแรก ไม่สำคัญหรอกว่า ก้าวแรกของคุณจะเริ่มต้นเมื่อไหร่ ดูอย่างเวรา แวง ดีไซเนอร์ชื่อดังทั้งที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพนี้ตอนอายุ 40 ปี เรย์ คร็อก ยังตัดสินซื้อแมคโดนัลด์ตอนอายุ 52ปี พวกเขาล้วนเป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่มีฝันทะยานไปสู่เป้าหมายแบบไม่ปล่อยให้วัยเป็นอุปสรรค

ขอบคุณที่มาจาก : www.businessinsider.com

ที่มา http://money.sanook.com/485209/

เปิดอ่าน 1,780 ครั้ง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook