วันศุกร์ 15 ธันวาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวการศึกษา > บอร์ด ก.ค.ศ. เห็นชอบกำหนดอัตรากำลังผู้ปฏิบัติงาน 4.5 พันตำแหน่งลง ศธจ. พร้อมอนุมัติสรรหารอง ศธจ.อีก 77 อัตรา

บอร์ด ก.ค.ศ. เห็นชอบกำหนดอัตรากำลังผู้ปฏิบัติงาน 4.5 พันตำแหน่งลง ศธจ. พร้อมอนุมัติสรรหารอง ศธจ.อีก 77 อัตรา

หมวดหมู่ : ข่าวการศึกษา 21 เมษายน 2017 เปิดอ่าน 962 ครั้ง

เมื่อวันที่ 21 เมษายน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบอำนาจหน้าที่ของศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.)และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) ตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติมตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 19/2560และได้มอบให้สำนักงานก.ค.ศ. จัดทำแนวปฏิบัติเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นชอบการกำหนดกรอบอัตรากำลังผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานศธจ. ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ขนาด ได้แก่ ขนาดใหญ่พิเศษ 21 อำเภอขึ้นไป ขนาดใหญ่ 16-20 อำเภอ ขนาดกลาง 9-15 อำเภอ และขนาดเล็ก 8 อำเภอลงมา โดยในระยะแรกให้เกลี่ยอัตรากำลังจากสพท. ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ จำนวน 958 ตำแหน่งและตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา38 ค.(2) ไม่เกินร้อยละ 25 ของจำนวนตำแหน่งที่สพท.ทั่วประเทศมีหรือคิดเป็น จำนวน 3,575 คน

รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวต่อว่า ที่ประชุมอนุมัติให้กำหนดตำแหน่งรองศธจ. เป็นตำแหน่งประเภทอำนวยการเฉพาะด้านการบริหารสำนักงานศธจ.ระดับต้น โดยเบื้องต้นกำหนดให้มีรอง ศธจ.ละ 1 อัตรา รวมถึงเห็นชอบร่าง หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งรองศธจ. สังกัดสำนักงานปลัด ศธ. โดยคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการสรรหา ต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ดังนี้ รองผู้อำนวยการ(ผอ.)สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือรอง ผอ.สพม. รอง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัด/กรุงเทพมหานคร รอง ผอ.สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด ทั้งนี้ผู้ได้รับการสรรหาจะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่เป็นรายภาค และตามจำนวนตำแหน่งว่างที่ประกาศฯโดยไม่มีการขึ้นบัญชี

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัด ศธ. กล่าวว่า อำนาจหน้าที่ ศธจ.และ ผอ.สพท.นั้น มี 3 ลักษณะ

1.เป็นงานที่จะต้องทำร่วมกัน ระหว่าง ผอ.สพท.และ ศธจ. เช่น การพิจารณาความดีความชอบในเรื่องการเลื่อนขั้นเงินเดือน การโยกย้าย การประเมินวิทยฐานะครู การเลื่อนเงินเดือน เป็นต้น

2.งานของ ผอ.สพท.โดยตรง เช่น เรื่องการทำแผนการส่งเสริมการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา การทำมาตรฐานและเกณฑ์ประเมินผลงาน การจัดประวัติข้าราชการ อำนาจหน้าที่ในการสั่งประจำส่วนราชการหรือสำนักงานเขตฯเป็นการชั่วคราว การดำเนินการทางวินัยกรณีวินัยไม่ร้ายแรง รวมถึงการฝึกอบรม ดูงานวิจัยของผู้ใต้บังคับบัญชา และ

3.งานของ ศธจ. จะเป็นเลขานุการคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(อ.ก.ค.ศ.) ที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้สั่งบรรจุ แต่งตั้ง และให้ออกจากราชการ ของผอ.โรงเรียน, รองผอ.โรงเรียน, ข้าราชการครู และสั่งให้มีการรักษาการในกรณีที่มีตำแหน่งว่างการดำเนินการทางวินัยกรณีวินัยร้ายแรง เป็นต้น

“ที่ประชุมได้ทำความชัดเจน ในเรื่องการบริหารงานบุคคลตามคำสั่งหัวหน้าคสช. อำนาจหน้าที่การบริหารงานบุคคลเป็นอำนาจร่วมกันระหว่างองค์คณะบุคคลหรือคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.)กับ ศธจ.และ ผอ.สพท.โดยจำแนกภารกิจของ ผอ.สพท. ภารกิจของ ศธจ.และภารกิจที่ ผอ.สพท.และ ศธจ.จะต้องร่วมกันทำ ดังนั้นหลังจากนี้จะต้องมีการชี้แจงทำความเข้ากับผู้ที่เกี่ยวข้องถึงบทบาทหน้าที่ของแต่ละส่วนให้ชัดเจน”นายชัยพฤกษ์กล่าว และว่า ส่วนตำแหน่งรอง ศธจ.นั้นเบื้องต้นเริ่มจังหวัดละ 1 ตำแหน่งก่อน รวมทั้งหมด 77 ตำแหน่งแต่หากจังหวัดใดมีปริมาณงานและอำเภอที่อยู่ในการดูแลก็อาจจะมีเพิ่มอีก 2-3 ตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาค(คปภ.)

 

 

ที่มา http://www.matichon.co.th/news/536138

เปิดอ่าน 962 ครั้ง

ข่าวล่าสุดของหมวดหมู่ ข่าวการศึกษา

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook