วันศุกร์ 26 พฤษภาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าว ศธ. > รมว.ศธ.ลงพื้นที่โครงการโรงเรียน ICU ที่สกลนคร

รมว.ศธ.ลงพื้นที่โครงการโรงเรียน ICU ที่สกลนคร

หมวดหมู่ : ข่าว ศธ. 14 มีนาคม 2017 เปิดอ่าน 283 ครั้ง

จังหวัดสกลนคร – นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายบุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงพื้นที่รับฟังปัญหาโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ “โรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน หรือโรงเรียน ICU (Intensive Care Unit) เมื่อวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม 2560 ที่โรงเรียนเต่างอยพัฒนศึกษา อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร, นายอำเภอเต่างอย, ผู้แทนฝ่ายความมั่นคง, ผู้แทนทางศาสนา, ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา/มัธยมศึกษา (สพป./สพม.), ผู้บริหารสถานศึกษา และข้าราชการครู  ประชุมหารือร่วมกัน

นายเทวรัฐ โตไทยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1 ในฐานะศึกษาธิการจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า สถานศึกษาของจังหวัดสกลนครที่สมัครเข้าร่วมโครงการโรงเรียน ICU มีจำนวนทั้งสิ้น 99 แห่ง ประกอบด้วยสถานศึกษาในสังกัด สพป. 87 แห่ง สพม.เขต 23 จำนวน 8 แห่ง และโรงเรียนเอกชนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 4 แห่ง จากการสำรวจสภาพปัญหาภาพรวม พบว่า

  • ด้านคุณภาพ: นักเรียนมีคุณภาพการศึกษาหรือมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยของประเทศ, นักเรียนยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

  • ด้านกายภาพ: ปัญหาเรื่องอาคารเรียนและสถานที่ไม่เพียงพอ, วัสดุอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอนไม่เพียงพอ, ขาดเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

  • ด้านบุคลากร: ครูขาดทักษะในการจัดกระบวนการเรียนรู้หรือกระบวนการเรียนการสอน

  • ด้านการบริหารจัดการ: ปัญหาด้านการจัดการเรียนรู้ด้านหลักสูตรต่าง ๆ

  • ด้านโอกาสทางการศึกษา: นักเรียนจำนวนมากมาจากครอบครัวที่ยากจน, บ้านตั้งอยู่ไกลจากชุมชน, ผู้ปกครองขาดอาชีพ

  • ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม: ปัญหายาเสพติด, ปัญหามลพิษ

นายประเสริฐ ปัตโชติชัย ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า การสมัครเข้าร่วมโครงการโรงเรียน ICU ของโรงเรียนเต่างอยพัฒนศึกษานั้น มีสาเหตุจากปัญหาหลาย ๆ ด้าน เช่น นักเรียนขาดแรงจูงใจและความกระตือรือร้นในการเรียน, ขาดทักษะการคิดวิเคราะห์, ครอบครัวนักเรียนมีปัญหาด้านการเงิน, มีปัญหาด้านการอ่านและการเขียน, ขาดครูและบุคลากรที่เป็นเจ้าของภาษา (ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และภาษาเวียดนาม), ขาดสื่อและอุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการต่าง ๆ เป็นต้น โดยมีแนวทางแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ อาทิ กำหนดให้นักเรียนมีการเรียนรู้แบบ Active Learning, จัดหลักสูตรเพื่อสร้างอาชีพและมีงานทำ, ร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เป็นต้น เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและพ้นจากสภาพปัญหาโรงเรียน ICU

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวถึงภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ ภาพรวมของจังหวัดสกลนคร และในส่วนของโรงเรียนเต่างอยพัฒนศึกษา ในการสมัครเข้าร่วมโครงการโรงเรียน ICU

1) ภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ: เข้าข่าย ICU 2,252 โรงเรียน

ขณะนี้มีโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการโรงเรียน ICU จำนวน 5,032 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นโรงเรียนที่เข้าข่าย ICU 2,252 แห่ง มีปัญหาเร่งด่วนแต่ไม่ถึงขั้นวิกฤต 1,924 แห่ง และมีปัญหาแบบไม่ฉุกเฉิน 856 แห่ง ซึ่งจะเห็นว่ามีโรงเรียนที่มีปัญหาในขั้นวิกฤตและต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนจริง ๆ เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ซึ่งก็ตรงตามเป้าที่ตั้งไว้ครั้งแรกที่คาดว่าอาจจะมีโรงเรียน ICU ประมาณ 3,000 แห่ง แต่ไม่ว่าจะตรงตามเป้าหมายหรือไม่ ก็ไม่เป็นไร เพราะทุกคนได้ผ่านกระบวนการคิดและเรียนรู้การแก้ไขปัญหาในสถานศึกษาร่วมกัน

ทั้งนี้ การลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการปฏิรูปการศึกษามีเป้าหมายคือการพัฒนาโรงเรียนระดับล่าง และต้องมีแนวทางการปฏิรูปที่มีพื้นฐานข้อมูลจากความเป็นจริง ไม่ใช่อิงตามความคิดเห็นของคนที่จะแก้ปัญหา การปฏิรูปการศึกษาต้องไม่คิดจากสังคมเมือง หรือสังคมคนมี เพราะผลการวิเคราะห์ PISA พบว่าประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาอย่างมาก

ส่วนแนวทางในการแก้ปัญหาโรงเรียน ICU ในขณะนี้ ต้องคำนึงถึงการจัดสรรทรัพยากรในด้านต่าง ๆ ให้เพียงพอ รวมทั้งการพัฒนาครูที่มีปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกในการขับเคลื่อน โดยกระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางส่งเสริมให้มีการอบรม PLC (Professional Learning Community) หรือ “ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ” ให้กับครูและผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ ด้วยการให้ครูและผู้บริหารสถานศึกษามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแบ่งปันความรู้กัน ไม่ใช่เป็นการอบรมแบบมีวิทยากรมาบรรยายเพียงอย่างเดียว โดยหัวใจสำคัญของ PLC คือการเรียนรู้ (Learning) ซึ่งไม่กำหนดจำนวนคนว่าต้องมีกี่คน

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะจัดตั้ง “สถาบันคุรุพัฒนา” สังกัดสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพื่อทำหน้าที่ดูแลหลักสูตรการอบรม PLC จึงขอให้ทุกคนสามารถเสนอหลักสูตรที่จะใช้ในการอบรม PLC เพื่อให้สถาบันดังกล่าวพิจารณาได้ โดยครูสามารถเลือกเรียนหลักสูตรต่าง ๆ ได้โดยใช้คูปองจำนวน 10,000 บาท มีอายุ 1 ปี ซึ่งจะเชื่อมโยงการอบรม PLC กับการเลื่อนวิทยฐานะของครูด้วย

2) ภาพรวมของจังหวัดสกลนคร: สมัคร 99 แห่ง

จากข้อมูลสถานศึกษาของจังหวัดสกลนครที่สมัครเข้าร่วมโครงการโรงเรียน ICU มีจำนวนทั้งสิ้น 99 แห่ง แยกเป็น 6 ด้าน คือ ด้านคุณภาพ ด้านกายภาพ ด้านบุคลากร ด้านการบริหารจัดการ ด้านโอกาสทางการศึกษา และด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) จะได้พิจารณาคัดเลือกโรงเรียนให้เข้าร่วมโครงการ ICU ร่วมกับหน่วยงานและโรงเรียนแต่ละสังกัดต่อไป เพราะมีทั้งโรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา และเอกชน โดยจะใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาจากปัญหาที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขอย่างฉุกเฉิน พร้อมทั้งมีการกำหนดแนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมได้จริง

3) โรงเรียนเต่างอยพัฒนศึกษา: วินิจฉัยปัญหาแล้ว ยังไม่รับเข้าเตียง ICU

สำหรับสภาพปัญหาของโรงเรียนเต่างอยพัฒนศึกษานั้น จากการวิเคราะห์ร่วมกันเห็นว่า ยังไม่ใช่ปัญหาที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขอย่างฉุกเฉินเร่งด่วนตามโครงการโรงเรียน ICU จึงยังไม่รับเข้าเตียงไอซียู เนื่องจากการวิเคราะห์ปัญหาและวิธีแก้ปัญหาของโรงเรียนยังเป็นนามธรรมมาก อีกทั้งยังไม่ได้ข้อสรุปว่าปัญหาจริง ๆ คืออะไร จึงต้องไปปรับปรุงการวิเคราะห์ปัญหาใหม่

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวด้วยว่า การสมัครเข้าร่วมโครงการโรงเรียน ICU ของโรงเรียนเต่างอยพัฒนศึกษาในครั้งนี้ ก็จะทำให้ผู้อำนวยการโรงเรียน คณาจารย์ และนักเรียน ทราบสภาพปัญหาของตนเอง แม้จะไม่ใช่ไอซียูแท้แต่ก็จะได้รับการแก้ไขปัญหาเร็วกว่าปกติ อีกทั้งทำให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รู้ปัญหาที่แท้จริง และสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด เพราะโครงการโรงเรียน ICU จะสอนให้เราวินิจฉัยปัญหาได้ พร้อมทั้งเป็นการแก้ปัญหาจากพื้นที่ หรือการแก้ปัญหาจากข้างล่าง (Bottom up)


ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2017/mar/125.html

เปิดอ่าน 283 ครั้ง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook