วันศุกร์ 26 พฤษภาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าว ศธ. > รมว.ศธ.”ธีระเกียรติ” รับฟังปัญหาโรงเรียน ICU ที่นครราชสีมา

รมว.ศธ.”ธีระเกียรติ” รับฟังปัญหาโรงเรียน ICU ที่นครราชสีมา

หมวดหมู่ : ข่าว ศธ. 14 กุมภาพันธ์ 2017 เปิดอ่าน 786 ครั้ง

จ.นครราชสีมา – นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายบุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เดินทางไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 เพื่อลงพื้นที่รับฟังปัญหาของโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการ “โรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน” หรือโรงเรียน ICU (Intensive Care Unit) ที่โรงเรียนบุญวัฒนา 2 อ.เมืองนครราชสีมา และโรงเรียนกันเกราพิทยาคม อ.โนนสูง

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวว่า จากการติดตามรับฟังปัญหาและหารือร่วมกับครู ผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนทั้งสองแห่ง  ทำให้พบว่ามีปัญหาแตกต่างกันอย่างมาก


โรงเรียนบุญวัฒนา 2  ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษา ไม่ได้ต้องการขออะไรมากนัก เพียงแต่ต้องการสื่อและเทคโนโลยีที่ทันสมัยประจำห้องเรียน และค่ายพัฒนาทางวิชาการทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อพัฒนาครูผู้สอน ซึ่งจากการหารือร่วมกันก็เห็นตรงกันว่าไม่ควรเน้นไปที่วิธีการสอนแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เรื่อง “องค์ความรู้” สำหรับครูเป็นเรื่องสำคัญมากต่อการสอนนักเรียน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะรับโจทย์นี้ไปพิจารณาดำเนินการ เช่น การพัฒนาครูภาคฤดูร้อนวิชาคณิตศาสตร์ ที่จะเน้นในเรื่ององค์ความรู้ให้มากขึ้น


โรงเรียนกันเกราพิทยาคม  เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีปัญหาวิกฤต คือ ห้องน้ำไม่เพียงพอ ทำให้นักเรียนต้องวิ่งไปเข้าห้องน้ำที่บ้าน และปัญหารั้วโรงเรียน ซึ่งทำให้เด็กกลุ่มที่มีปัญหาหนีเรียนได้ ส่วนผลการเรียนการสอนของโรงเรียนแม้จะไม่ได้อยู่ในระดับที่ต่ำมาก แต่โรงเรียนก็ยังไม่พอใจ ซึ่งดีใจที่เห็นว่าครูและผู้บริหารโรงเรียนมีการกระบวนการทางความคิด (Mindset) ที่ดีต่อการพัฒนาโรงเรียน และจากการหารือร่วมกันก็ทำให้ได้แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นเยอะมาก เช่น ในเรื่อง ICT ที่เคยมีปัญหา แต่เมื่อได้บุคลากรที่มีองค์ความรู้ด้าน IT จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเข้ามาช่วยปรับปรุงระบบ โดยใช้ “กันเกราโมเดล” ก็ทำให้โรงเรียนหมดปัญหาในเรื่องการเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่าน UNINET ที่เชื่อมต่อมาถึงโรงเรียน ซึ่งก็ได้ขอให้ สพฐ. นำบุคลากรไปช่วยเหลือโรงเรียนอื่น ๆ ที่มีปัญหาเช่นนี้ต่อไปด้วย


จากการไปติดตามรับฟังโรงเรียน ICU หลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ สกลนคร นนทบุรี นครราชสีมา ก็ทำให้เห็นว่า แต่ละพื้นที่จะมีปัญหาแตกต่างกันออกไป ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะบริหารจัดการโดยเริ่มจากล่างขึ้นบน (Bottom Up) ซึ่งก็คือการรับฟังสภาพปัญหาในระดับพื้นที่ แทนที่จะสั่งการจากส่วนกลางลงมา ไม่ใช่เป็นแบบตัดเสื้อตัวเดียวแล้วให้ทุกคนใส่เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งเดิมตั้งเป้าโรงเรียน ICU ไว้ที่จำนวน 3,000 โรงเรียน แต่ขณะนี้เพิ่มเป็น 5,000 โรงเรียนแล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ด้วย

ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะพยายามทำความเข้าใจในเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ เพราะเตียงมีจำกัด จึงไม่ต้องการให้โรงเรียนใช้ช่องทางสมัครเข้าร่วมโครงการ ICU เพื่อเป็นทางลัดในการขอใช้งบประมาณแทนงบปกติ


ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2017/feb/067.html

เปิดอ่าน 786 ครั้ง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook