วันอังคาร 30 พฤษภาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวการศึกษา > เจอสองรอบ! ผอ.ใหม่ ร.ร.ดังเมืองรถม้าโดนใบปลิว หลังเข้าสางขยะใต้พรม เชื่อผู้เสียผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง

เจอสองรอบ! ผอ.ใหม่ ร.ร.ดังเมืองรถม้าโดนใบปลิว หลังเข้าสางขยะใต้พรม เชื่อผู้เสียผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง

หมวดหมู่ : ข่าวการศึกษา 10 กุมภาพันธ์ 2017 เปิดอ่าน 3,177 ครั้ง

    ลำปาง – ผอ.โรงเรียนดังเมืองรถม้าเพิ่งมารับตำแหน่งสามเดือนใบปลิวต้านเกลื่อนโรงเรียนรอบที่สอง เจ้าตัวทนไม่ไหวเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้เกี่ยวข้องแล้ว เชื่อคน 3 กลุ่มที่เสียผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง

นายสกล ทะแกล้วพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จังหวัดลำปาง เปิดเผยถึงกรณีที่มีใบปลิวโจมตีการทำงานของตนเองกระจายเต็มโรงเรียนและมีการส่งต่อให้เครือข่ายผู้ปกครอง ศิษย์เก่าของโรงเรียนว่า ตนได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง เพื่อให้สอบสวนและติดตามตัวผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุดแล้ว

ทั้งนี้ ระบุว่าใบปลิวดังกล่าวที่ถูกแจกจ่ายเป็นฉบับที่สอง ก่อนหน้านั้นหลังตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งก็มีใบปลิวโจมตีออกมาฉบับแรก ซึ่งก็ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เพราะคิดว่าต้องการแค่ตักเตือนเท่านั้น แต่กลับมีใบปลิวโจมตีออกมาอีกซึ่งเนื้อหาต่างๆ ตนดูแล้วเห็นว่าเป็นการใส่ร้ายและทำให้ภาพลักษณ์ของตนเสียหายอย่างมาก จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทราบถึงสาเหตุที่มีใบปลิวออกมาโจมตีนี้หรือไม่ นายสกลกล่าวว่า เท่าที่อ่านก็คงเป็นกลุ่มที่เสียผลประโยชน์โดยเฉพาะเรื่องการเงิน พัสดุการจัดซื้อจัดจ้าง เรื่องห้องเรียนพิเศษ การให้ผลประโยชน์กับร้านค้าในโรงอาหาร การจ้างบุคลากรที่เกินความจำเป็น เพราะหลังที่ตนเข้ามารับตำแหน่งก็ได้เข้ามาดูในทุกเรื่องและเห็นว่าหลายเรื่องไม่มีการปฏิบัติสอดคล้องกับระเบียบทำให้การตรวจสอบต่างๆ ทำไม่ได้

โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับห้องเรียนพิเศษซึ่งได้มีการเก็บเงินจากผู้ปกครองก่อนหน้านี้แต่เงินไม่ได้นำเข้าระบบทั้งหมด แต่ถูกนำไปใช้กันเองโดยอ้างว่ามีการนำไปทำโครงการต่างๆ ซึ่งเมื่อตนเห็นเช่นนั้นจึงให้มีการนำเงินทั้งหมดเข้าระบบเพื่อให้ตรวจสอบได้แต่ไม่ได้ปิดกั้นในการทำโครงการต่างๆ เมื่อทำโครงการก็ให้มีการตั้งเบิกตามระเบียบ ขณะที่การทำแผนปฎิบัติการก็ไม่ชัดเจน อาทิ นักเรียนมีทั้งหมด 3,966 คน แต่ในแผนวางเป้าหมายไว้ที่ 4,500 คน

ส่วนงานพัสดุก็ต่างฝ่ายต่างทำ ซึ่งที่จริงแล้วการจัดซื้อจัดจ้างต้องอยู่ที่พัสดุกลาง แต่ที่ผ่านมาสมมติว่าซื้อดินสอ 1 แท่ง แต่ละฝ่ายซื้อราคาไม่เท่ากัน บางฝ่าย 3 บาท บางฝ่าย 5 บาท บางฝ่าย 10 บาท บางฝ่าย 12 บาท หาก สตง.เข้าตรวจตนก็คงไม่มีหลักฐานอะไรไปตอบเขาได้ จึงได้ให้พัสดุทำราคากลางของทุกรายการขึ้นมาเพื่อให้ทุกฝ่ายได้ใช้อ้างอิงเหมือนกัน

อาทิ หากฝ่ายใดที่มีโครงการซื้อดินสอราคาดินสอก็ต้องเท่ากันทั้งหมด ซึ่งก็เป็นไปตามระเบียบ จึงทำให้หลายคนไม่พอใจ เนื่องจากที่ผ่านมาเคยใช้เงินกันได้อย่างสบายได้ตามใจ แต่เมื่อถูกนำระเบียบเข้าไปจับก็ไม่พอใจ

นอกจากนี้ยังพบว่าการใช้งบประมาณในการจ้างบุคลากรเพิ่มโดยไม่จำเป็นและทำให้เกิดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นขึ้นสูงถึงเดือนละ 1.6 ล้านบาท ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วมีการจ้างครูเพิ่มโดยไม่จำเป็นถึง 60 คน ซึ่งตามเกณฑ์โรงเรียนจะต้องมีครู 210 คน ตามบัญชีจริงมี 201-202 ก็ถือว่าพอดีแล้ว แต่ทางโรงเรียนกลับจ้างเพิ่มอีกถึง 60 คน

นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่สำนักงานอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็คาดว่ามาจากการใช้เส้นสายลูกท่านหลานเธอที่ฝากเข้าทำงาน ทำให้ต้องเสียงบกลางในส่วนนี้ไปถึงกว่า 60% ตนจึงให้ปรับทำแผนเต็มอัตรากำลัง

นายสกลกล่าวต่อไปว่า ส่วนโรงอาหารตนก็ไปพบว่ามีการขโมยไฟฟ้าของทางโรงเรียนให้ผู้ประกอบการนำไปใช้โดยไม่ผ่านมิเตอร์ แต่กลับต่อตรงโดยการใช้ร่วมกับของโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนต้องรับผิดชอบเฉพาะค่าไฟเดือนละ 620,000 บาท จึงให้ตั้งกรรมการสอบในเรื่องดังกล่าว และเบื้องต้นได้ให้ร้านจำหน่ายเครื่องดื่มยุติการขายไปหนึ่งร้าน ซึ่งก็คาดว่าไปกระทบเรื่องผลประโยชน์จำนวนมาก ตนจะเดินตรวจโรงเรียนจนถึงค่ำ

บางวันก็เดินตรวจไปพบบางห้องไม่ปิดแอร์ ก็ได้ให้นโยบายการประหยัดและให้ช่วยกันตรวจสอบความเรียบร้อยทุกครั้งที่ออกจากห้อง บางส่วนเปิดไฟทิ้งไว้ทั้งคืนโดยไม่มีใครอยู่ ขณะที่บางส่วนเช่นหน้าอาคารใหม่อาคาร 8-9 ซึ่งเป็นจุดด้านหน้ามีคนเข้ามาตลอด นักเรียนจะมารอผู้ปกครองกลับพบว่าไม่มีไฟ ตนจึงให้ดำเนินการติดไฟให้สว่างเพื่อความปลอดภัยของเด็ก

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าหลังจากที่เข้ามาบริหารงานที่นี่ได้เข้ามาปรับหลายอย่าง ที่ออกนอกระบบให้เข้าระบบ และจะต้องทำให้รายจ่ายที่เกินจำเป็นลดลงในทุกด้าน ซึ่งหากทำตามแผนที่วางไว้ใช้เงินตามเกณฑ์คาดว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายหลักล้านบาทต่อปีแน่นอน เพราะแค่ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรหากใช้จ่ายตามกรอบและลดลงประมาณ 10- 15 คน คนละ 12,000 บาทต่อเดือน ก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายปีละกว่าล้านบาทแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายตามแผนปฏิบัติการทางการศึกษา เงินบำรุงการศึกษาเด็กนักเรียนซึ่งไม่สามารถเก็บได้ทุกคนคือเก็บได้ประมาณ 80% แต่ลงในแผนระบุเก็บได้ 100%

เมื่อตนเข้ามาบริหารงานก็ติดลบเพราะเงินเก็บไม่ได้ตามแผน ซึ่งปกติการทำแผนงบประมาณจะตั้งไว้ที่ 80% หากสิ้นปีเก็บได้เกินก็จะเป็นเงินสะสมของโรงเรียน และเมื่อทางโรงเรียนจำเป็นต้องใช้ในการปรับปรุงหรือทำอะไรที่จำเป็นก็ทำโครงการขออนุมัติกรรมการสถานศึกษาเพื่อใช้จ่ายเงินสะสมได้

ล่าสุดนอกจากแจ้งความดำเนินคดีแล้วได้ทำหนังสือถึงสำนักงานเขตพื้นที่ เพื่อให้ตั้งกรรมการเข้ามาตรวจสอบในเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วเพื่อให้เกิดความกระจ่าง ขณะเดียวกันก็ได้เชิญประธานนักเรียนมาชี้แจงและให้ซักถามข้อสงสัย ซึ่งตนเองก็อธิบายข้อสงสัยของนักเรียนเป็นข้อๆ พร้อมแจงด้วยเอกสารจนนักเรียนหมดข้อสงสัยและให้กำลังใจ และประชุมชี้แจงหัวหน้าห้องทุกห้องไป

นายสกลกล่าวอีกว่า หากจะกล่าวหาตนว่าเข้ามาหาประโยชน์ คงเทียบกันไม่ได้ เพราะโรงเรียนเดิมที่ตนมาตนทิ้งเงินไว้ให้ผู้อำนวยการท่านใหม่บริหารมากถึง 40 ล้านบาท แต่มาที่โรงเรียนนี้มีเงินบริหารเพียง 10 ล้านบาทเท่านั้น และยังมั่นใจว่ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบขณะนี้หลังตนเข้ามาบริหารมีเพียง 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มห้องเรียนพิเศษ กลุ่มผลประโยชน์กับโรงอาหาร และกลุ่มเด็กฝากทั้งหลาย พร้อมย้ำตนจะต้องปรับทุกอย่างที่เคยออกนอกระบบ ทำอะไรตามใจ จะต้องปรับให้เข้าระบบให้ได้

รวมถึงเรื่องการมาทำงาน การแต่งกายให้เหมาะสมกับความเป็นครู รวมถึงการวางแผนตั้งเป้าผลสัมฤทธิ์ของเด็กที่เรียนจบจากที่นี่ให้สูงขึ้นจากในปีนี้เด็กสามารถสอบโควตาเข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ถึง 197 คน ก็ต้องตั้งเป้าให้ปีหน้าให้สอบเข้าได้เกิน 200 คน ซึ่งได้เตรียมให้ครูไปศึกษาดูงานโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์สูงเพื่อนำมาปรับและประยุกต์ใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้

เจอสองรอบ! ผอ.ใหม่ ร.ร.ดังเมืองรถม้าโดนใบปลิว หลังเข้าสางขยะใต้พรม เชื่อผู้เสียผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง

 

 

ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9600000014188

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook