วันพฤหัส 25 เมษายน 2562
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > ‘กอปศ.’ ลุ้นรัฐบาลตัดสินใจออก ‘พ.ร.ก.การศึกษาแห่งชาติ’ ชี้เป็นปัญหาด่วนต้องเร่งแก้ไข

‘กอปศ.’ ลุ้นรัฐบาลตัดสินใจออก ‘พ.ร.ก.การศึกษาแห่งชาติ’ ชี้เป็นปัญหาด่วนต้องเร่งแก้ไข

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 7 เมษายน 2562 เปิดอ่าน 137 ครั้ง

เมื่อวันที่ 2 เมษายน นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กอปศ. ว่า ขณะนี้กอปศ. มีระยะเวลาการดำเนินงานอีกแค่ 2 เดือน ก่อนจะหมดวาระ ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2562 โดยที่ประชุมได้พิจารณา และรวบรวมสิ่งที่ได้ทำมาตลอด 2 ปี นอกเหนือจาก ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … และแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ที่ได้เสนอรัฐบาลไปแล้ว ยังมีข้อมูล ข้อคิดเห็น และประเด็นปัญหาที่ยังหลงเหลือ พร้อมทั้งแนวทางการแก้ปัญหา ซึ่งกอปศ.จะทำเป็นรายงานที่พูดถึงการปฏิรูปการศึกษาทั้งหมด พร้อมทั้งเสนอทางเลือกการแก้ไขปัญหา ให้กับรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามา เช่น เรื่องความเข้าใจเกี่ยวกับโรงเรียนเอกชน ควรได้รับการแก้ไขเป็นต้น ทั้งนี้คาดว่ารายงานดังกล่าวจะออกได้ภายในกลางเดือนพฤษภาคมนี้

นพ.จรัส กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีนักเรียนอยู่ในโรงเรียนเอกชนจำนวน 2.2 ล้านคน จากนักเรียนทั้งหมด 7.7 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 3 ของนักเรียนทั้งหมด และยังมีครูเอกชน 1.4 แสนคน ที่ขณะนี้พบปัญหาคือ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเอกชน ยังมีลักษณะการควบคุมมากกว่าส่งเสริม และมีข้อเท็จจริงยืนยันว่ารัฐมีความได้เปรียบในการจัดการศึกษามากกว่าเอกชน ทำให้เกิดความยากลำบากกับเอกชน ในขณะที่เอกชนมีความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนได้เร็วกว่า และมีค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาต่ำกว่า ซึ่งกฎหมายควรมองเอกชนในลักษณะการแบ่งเบาภาระของรัฐ หากมีการดูแลในจุดนี้ให้ดี ก็สามารถใช้ประโยชน์จากจุดได้เปรียบของเอกชนมาเป็นประโยชน์ได้ ดังนั้นแทนที่จะมีการควบคุม กำกับเอกชนให้ทำงานได้ลำบาก อาจจะไปแก้ไขบางส่วนใน พ.ร.บ.การศึกษาเอกชน เพื่อให้เอกชนสามารถดำเนินงานต่างๆ ได้คล่องตัวมากขึ้น ทั้งนี้ในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ มีการกำหนดเรื่องการดูแลการศึกษาเอกชน นอกจากนี้ยังได้พูดถึงเรื่องการจัดแผนที่โรงเรียนหรือสคูลแมปปิ้ง เนื่องจากขณะนี้มีแผนที่โรงเรียนในส่วนของภาครัฐ แต่ไม่ได้ทำแผนที่โรงเรียนเอกชนด้วย ดังนั้นต่อไปการทำแผนที่โรงเรียนจะต้องมีทั้งของรัฐและเอกชนอยู่ในแผนที่เดียวกัน เพื่อให้การดำเนินงานต่อไปสะดวกมากยิ่งขึ้น

นพ.จรัส กล่าวอีกว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กอปศ.ลงมือทำงานอย่างจริงจัง และสังคมมีความคาดหวังสูงมากกับการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ ซึ่งกอปศ.มีหน้าที่ทำการศึกษาและให้ข้อเสนอแนะ รวมถึงร่างกฎหมาย ส่วนผลที่เกิดขึ้นจะเป็นไปตามความคาดหวังของสังคมหรือไม่ ต้องรอดูผลการขับเคลื่อนของผู้ที่จะเข้ามาปฏิบัติ เนื่องจาก กอปศ.ดูเรื่องการจัด และจัดรูปแบบของการปฏิรูปเท่านั้น จะต้องขับเคลื่อนต่อการปฏิรูปจึงจะเกิดขึ้นจริง แต่จากการรับฟังความเห็นในพื้นที่ต่างๆ พบว่า กอปศ.ทำหน้าที่ปฏิรูปการศึกษาได้อย่างน่าพึงพอใจ ลึกซึ้งพอสมควร เป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

“สำหรับการประกาศใช้ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่นั้น เป็นเรื่องของรัฐบาล ซึ่งมีความชัดเจนว่าจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษา อย่างไรก็ตามในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุม ครม.ได้รับทราบ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติและมีความเห็น โดยระบุว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เป็นกฎหมายที่สำคัญ กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 ที่ให้มีการปรับปรุงแก้ไข และได้มีการดำเนินการเต็มที่แล้ว ตอนนี้ไม่ทันการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อาจจะต้องออกเป็น พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินของรัฐบาล ส่วนจะออกเป็น พ.ร.ก.ได้หรือไม่นั้น ก็ต้องรอดู เพราะมีปัจจัยหลายอย่าง คือ 1.ถ้าไม่ออกในรัฐบาลนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะออกได้หรือไม่ 2.หากต้องออกเป็น พ.ร.ก.จะต้องแก้ไขในหลักการหลายอย่าง ซึ่งกระทบกับคนอยู่ไม่น้อย เพราะฉะนั้นการพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ต้องมีการตัดสินใจที่ดี และ3. ประเทศไม่ปฏิรูปการศึกษาไม่ได้ เพราะมีหลักฐานต่างๆ ยืนยันเต็มที่ว่า ปัญหาการศึกษาเป็นปัญหาที่รุนแรงจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน” นพ.จรัส กล่าว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1434403

เปิดอ่าน 137 ครั้ง