วันศุกร์ 18 มกราคม 2562
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > บทความ > เพศศึกษาสำหรับเด็ก

เพศศึกษาสำหรับเด็ก

หมวดหมู่ : บทความ 9 มกราคม 2562 เปิดอ่าน 138 ครั้ง

เรื่อง “เพศศึกษา” นั้น เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะต้องให้ความรู้แก่เด็กของตน เด็กทุกคนต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับเพศ ชื่อของอวัยวะเพศ อยากรู้ว่าทารกมาจากไหน และเรื่องอื่นๆ อีกมาก สิ่งเหล่านี้ถ้าเด็กไม่ได้เรียนรู้จากพ่อแม่ เด็กก็จะไปเรียนจากแหล่งอื่น ซึ่งอาจไม่ถูกต้อง หรืออาจชักจูงไปในทางที่ผิด พ่อแม่ต้องการให้เด็กได้ความรู้ที่เหมาะสม และถูกต้องในเรื่องเพศ พึงยึดหลักปฏิบัติดังนี้

1.บอกความจริงแก่เด็ก
2.ให้คำตอบแก่เด็กให้เพียงพอ ด้วยภาษาง่ายๆ ที่เด็กจะเข้าใจได้
3.เรียกชื่อต่างๆ ของอวัยวะเพศให้ถูกต้อง
4.บอกให้เด็กทราบว่า เรื่องเหล่านี้ควรพูดคุยกันเฉพาะในครอบครัวเท่านั้น

เด็กมักจะแสดงออกทางเพศครั้งแรกด้วยการจับต้องลูบคลำอวัยวะเพศ เมื่อเด็กทำเช่นนั้น พ่อแม่ หรือผู้ปกครองไม่ควรตกใจ หากการจับต้องนั้นมิใช่เรื่องมาจากอาการคัน หรืออักเสบเพราะพยาธิแล้ว เราควรดึงความสนใจของเด็กไปทางอื่นๆ เช่น หาของเล่นให้ หาเพื่อนให้เด็กเล่น เพราะการที่เด็กทำเช่นนั้น ในเด็กเล็ก 3-4 ขวบ เป็นของธรรมดา เด็กจะทำเช่นนั้นเมื่อมีเรื่องกังวลใจ เดือดร้อน หรือไม่มีอะไรทำ ผู้ใหญ่พึงระวังอย่าให้เด็กเกิดความรู้สึกว่าเรื่องเพศเป็นของผิด บาป และเลวร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรหลีกเลี่ยงการทำโทษอย่างรุนแรง แต่ควรช่วยเด็กด้วยวิธีต่างๆ ดังต่อไปนี้

– ชักจูงให้สนใจในเรื่องอื่น เพื่อเด็กจะได้ไม่อยู่เฉยๆ หรือฝันกลางวัน

– ทำให้เด็กมีความรู้สึกเชื่อมั่นในความรักของพ่อแม่

– ไม่กระตุ้นให้เด็กเกิดความอิจฉาริษยา โดยแสดงความรักต่อเด็กอื่น หรือแสดงความรักระหว่างพ่อแม่ให้เด็กเห็นบ่อยจนเกินไป

– ดูแลให้เด็กรู้จักรักษาความสะอาดอวัยวะเพศ แนะนำการขับถ่าย การชำระล้าง และใช้เสื้อผ้าชนิดสวมใส่สบายๆ

เมื่อเด็กเริ่มแสดงความสนใจเรื่องเพศ เขามักถามว่าเด็กเกิดมาจากไหน หรือน้องเกิดมาจากไหน แสดงให้เห็นว่า เด็กมีความสนใจ ต้องการทราบว่าตนเอง หรือน้องเกิดมาได้อย่างไร ฉะนั้น ไม่เพียงแต่คำตอบของท่านเท่านั้นที่สำคัญ แต่วิธีการที่ท่านจะตอบก็สำคัญด้วย คำชี้แจงที่ท่านจะให้กับเด็กควรเป็นเรื่องจริง การปด หรือหลีกเลี่ยงไม่ตอบคำถาม เป็นสาเหตุซึ่งจะทำให้เด็กเข้าใจผิด เกิดความสนใจไม่ถูกทาง และมีความกังวล อย่าพยายามปกปิด หรือไม่ตอบคำถามเรื่องเพศ หรือแจกแจงจนละเอียดเกินไป แต่ควรให้คำตอบแก่เด็กเฉพาะเรื่องที่เขาสนใจในขณะนั้น จนเขาพอใจ เช่น

– สอนให้เด็กรับรู้บทบาทของความเป็นพ่อ ให้เด็กได้รู้ว่าพ่อเป็นผู้ให้กำเนิดเชื้อสืบพันธุ์ ให้รู้ว่าทารกเกิดจากเชื้อพันธุ์ ให้รู้ว่าทารกเกิดจากเชื้อพันธุ์ของพ่อเข้าไปรวมกับไข่ในร่างกายของแม่ แล้วเจริญเติบโตขึ้น

– อย่าบอกเด็กว่า เขายังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจเรื่องนี้ อย่ากีดกัน หรือห้ามไม่ให้เด็กถามไม่ว่าในเรื่องใดๆ

– เมื่อเด็กถามเรื่องเกี่ยวกับเพศ ควรให้คำตอบที่มีเหตุผลความเป็นจริง ทำนองเดียวกับคำถามที่ว่า “ฝนตกมาจากไหน”

– พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง ควรยินดีเมื่อเด็กถามถึงเรื่องนี้ เพราะเป็นโอกาสที่จะได้บอกเล่าให้เข้าใจอย่างถูกต้อง และชักจูงความคิดของเด็กในเรื่องเพศไปในทางที่ดีงาม

เมื่อเด็กมีอายุมากขึ้น พ่อแม่ควรอธิบายให้ลูกหญิงเข้าใจเรื่องการมีระดูว่า เป็นเรื่องธรรมชาติของร่างกาย เป็นวิธีการถ่ายเทไข่ที่ไม่มีการผสมพันธุ์ออกจากร่างกาย และอธิบายให้ลูกชายเข้าใจถึงธรรมชาติของเด็กหนุ่มที่จะต้องมีน้ำกามเคลื่อนในเวลากลางคืน เป็นการช่วยขจัดส่วนเกินของน้ำกามในร่างกาย พ่อแม่ควรจะได้อธิบายให้เด็กเข้าใจก่อนที่เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้น และควรให้เด็กได้รู้ถึงโครงสร้าง และหน้าที่อวัยวะเพศของเพศตรงข้ามด้วย

การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กวัยรุ่นที่มีอายุระหว่าง 12-20 ปี สาเหตุมาจากความรู้สึกในปมด้อย และเกิดความคับข้องใจ ดังนั้น พ่อแม่จึงควรพยายามที่จะไม่ให้เด็กเกิดความรู้สึกดังกล่าว ด้วยการให้ความสนใจเพิ่มพูน ความรักใคร่เอ็นดู และช่วยให้เด็กได้มีกิจกรรมที่พอใจในโลกของเขาให้มากขึ้น ถ้าเด็กได้รับความพอใจจากภายนอกเพียงไร ก็จะลดความพยายามที่จะหาความพอใจจากตัวของเขาเองให้น้อยลงเพียงนั้น แต่พ่อแม่ หรือผู้ปกครองเด็กต้องแน่ใจว่า ไม่มีปัญหาทางร่างกายอย่างอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ความพิการอันเกิดจากการขลิบอวัยวะเพศ หรืออวัยวะเพศไม่สะอาด การที่เด็กได้ยินได้ฟังมาว่าการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ทำให้ตาบอด หรือเป็นโรคจิตได้ จะทำให้เด็กเกิดความกังวล และไม่สบายใจ ฉะนั้น ถ้าเราจะช่วยให้เด็กเข้าใจ และสบายใจในเรื่องเหล่านี้ ก็จะเป็นการช่วยลดการกระทำดังกล่าวลงได้

การที่พ่อแม่จะอธิบายเรื่องเพศแก่เด็ก ควรเลือกโอกาสให้เหมาะสม เช่น เมื่อเด็กตั้งคำถามก็ควรถือโอกาสอธิบายให้เด็กเข้าใจโดยใช้คำง่ายๆ สัตว์เลี้ยงในบ้านมักจะเป็นเหตุให้นำไปสู่ปัญหาเหล่านั้น เรื่องของสัตว์นานาชนิดก็เป็นเรื่องสนใจของเด็กเล็กๆ อันจะเป็นโอกาสให้ได้พูดเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติตน

ความรัก และการเสียสละระหว่างพ่อแม่ ควรให้เด็กได้รู้ และเข้าใจ เพราะจะเป็นพื้นฐานให้เด็กได้มีความรู้สึกที่ถูกต้อง และดีงามในเรื่่องเพศ เด็กจะเรียนรู้ถึงท่าทีต่อเพศตรงข้ามด้วยประสบการณ์ของเขา ทัศนะ และท่าทีที่พ่อแม่แสดงต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นไปในลักษณะของความรักใคร่ นับถือ ความอดทน อลุ่มอล่วยต่อกัน หรือในลักษณะที่ไม่เหมาะสม ย่อมเป็นตัวอย่างที่เด็กๆ จะค่อยๆ เรียนรู้ในเรื่องเหล่านี้ ตั้งแต่วัยเด็กจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไป

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1305605

เปิดอ่าน 138 ครั้ง