วันศุกร์ 18 มกราคม 2562
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > รอบรั้วเสมา > ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 14/2561 เมื่อวันพุธที่ 26 ธันวาคม 2561

ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 14/2561 เมื่อวันพุธที่ 26 ธันวาคม 2561

หมวดหมู่ : รอบรั้วเสมา 26 ธันวาคม 2561 เปิดอ่าน 465 ครั้ง

นางสาวอุษณีย์ ธโนศวรรย์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 14/2561 เมื่อวันพุธที่ 26 ธันวาคม 2561 ณ ห้องราชวัลลภ โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม ว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้

เห็นชอบหลักเกณฑ์การพัฒนาก่อนแต่งตั้ง “รอง-ผอ.สพท.”

ที่ประชุมเห็นชอบ หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ ดำรงตำแหน่ง “รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา” สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  •  ระยะเวลาการพัฒนา ไม่น้อยกว่า 30 วัน

  •  หลักสูตรการพัฒนา ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 การเสริมสร้างสมรรถนะของตำแหน่ง (ไม่น้อยกว่า 10 วัน) ส่วนที่ 2 การเรียนรู้ในสภาพจริง (ไม่น้อยกว่า 15 วัน) และส่วนที่ 3 การจัดทำและนำเสนอแผนกลยุทธ์ในเขตพื้นที่การศึกษา (ไม่น้อยกว่า 5 วัน)

  •  เกณฑ์การผ่าน ต้องมีระยะเวลาเข้ารับการพัฒนา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 และต้องผ่านเกณฑ์ การประเมินผลการพัฒนาและเมื่อสิ้นสุดการพัฒนาในแต่ละส่วน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80

  •  ให้ สพฐ.เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการพัฒนา ร่วมกับสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา และอาจร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานอื่น เพื่อดำเนินการจัดทำรายละเอียดหลักสูตรเสนอ ก.ค.ศ. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ แล้วดำเนินการพัฒนา และรายงานผลการดำเนินการพิจารณา ให้ ก.ค.ศ. ทราบ


เห็นชอบหลักเกณฑ์การพัฒนาก่อนแต่งตั้ง “ผอ.สถานศึกษา”

ที่ประชุมเห็นชอบ หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้อำนวยการสถานศึกษา” สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  •  ระยะเวลาการพัฒนา ไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง

  •  หลักสูตรการพัฒนา ประกอบด้วย คุณลักษณะผู้อำนวยการสถานศึกษาที่พึงประสงค์ (ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง) ภาวะผู้นำทางวิชาการ (ไม่น้อยกว่า 21 ชั่วโมง ) และการบริหารและจัดการในสถานศึกษา (ไม่น้อยกว่า 27 ชั่วโมง)

  •  เกณฑ์การผ่าน ต้องมีระยะเวลาเข้ารับการพัฒนา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 และต้องผ่านเกณฑ์ การประเมินผลระหว่างการพัฒนาและเมื่อสิ้นสุดการพัฒนา ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 โดยผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินต้องเข้ารับการพัฒนาใหม่ทั้งหมด

  •  ให้ สพฐ.หรือ สอศ. แล้วแต่กรณี และสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการพัฒนา โดยร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานอื่น และจัดทำรายละเอียดหลักสูตรตามขอบข่ายการพัฒนา เสนอ ก.ค.ศ. เพื่อทราบ แล้วดำเนินการพัฒนา และรายงานผลการดำเนินการพัฒนาให้ ก.ค.ศ. ทราบ


อนุมัติกรอบอัตรากำลังข้าราชการครู กศน. ชายแดนใต้เพิ่ม 140 อัตรา

ที่ประชุมอนุมัติ กรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอน ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงาน กศน. ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา (จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย) เพิ่มเติม จำนวน 140 อัตรา เพื่อให้การบริหารจัดการ การจัดการเรียนการสอนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะ เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียนนักศึกษาทั้งในและนอกระบบ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ส่งเสริมให้เยาวชนทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิมได้รับการบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึง


อนุมัติกรอบอัตรากำลังคณาจารย์ในสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคกลาง

ที่ประชุมอนุมัติ กรอบอัตรากำลังคณาจารย์ในสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคกลาง สาขาวิชาเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ต่อเนื่อง) จำนวน 5 อัตรา และสาขาวิชาเทคโนโลยีสัตวรักษ์ (ต่อเนื่อง) จำนวน 5 อัตรา รวมทั้งสิ้นจำนวน 10 อัตรา เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี สายเทคโนโลยี หรือสายปฏิบัติการในสาขาวิชาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ


เร่งรัดดำเนินการทางวินัยร้ายแรงผู้พ้นจากราชการภายใน 3 ปี

ประเด็นนี้ รมว.ศธ.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน  ที่ประชุมได้เร่งรัดการดำเนินการทางวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา “ผู้พ้นจากราชการ” ไปยังส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมทั้งให้รายงานมาตรการเพื่อให้แล้วเสร็จทันต่อระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ให้ความเห็นชอบ (ร่าง) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ …) พ.ศ. …. มาตรา 102

ซึ่งเมื่อพระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ไม่มีบทเฉพาะกาล จะเป็นผลให้ไม่สามารถลงโทษข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ถูกดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรง และพ้นจากราชการเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด (3 ปี) และจากการสำรวจพบว่ามีหน่วยงานที่มีเรื่องการดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้พ้นจากราชการ จำนวน 85 หน่วยงาน และมีผู้ถูกดำเนินการทางวินัยทั้งสิ้น จำนวน 221 ราย


ให้ยกเลิกการกรอก Logbook

ประเด็นนี้ รมว.ศธ.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ที่ประชุมเห็นชอบให้ยกเลิกการบันทึกประวัติการปฏิบัติงาน (Logbook) ในระบบโปรแกรม Microsoft Excel for Windows แต่ยังคงยึดหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.3/ว 21 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยยังคงต้องมีหลักฐานชั่วโมงการปฏิบัติงาน ชั่วโมงการอบรมและพัฒนา และต้องผ่านการรับรองจากผู้อำนวยการสถานศึกษา (อ่านเพิ่มเติมข่าวที่ 500)

ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2018/5/502.html

เปิดอ่าน 465 ครั้ง