วันเสาร์ 15 ธันวาคม 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > ‘กอปศ.’เล็งต่อยอดพัฒนา 10 กรอบสมรรถนะ เน้นเนื้อหาไม่ท่องจำ-เชื่อมโยงการทำงานจริง

‘กอปศ.’เล็งต่อยอดพัฒนา 10 กรอบสมรรถนะ เน้นเนื้อหาไม่ท่องจำ-เชื่อมโยงการทำงานจริง

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 5 ธันวาคม 2561 เปิดอ่าน 252 ครั้ง

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม นางทิศนา แขมมณี กรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ประธานคณะทำงานวางแผนการจัดทำกรอบสมรรถนะหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า ในการประชุม กอปศ. ซึ่งมี นพ.จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธาน ตนได้รายงานผลการวิจัยต่อยอดการนำกรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน 10 สมรรถนะ ซึ่งเป็นสมรรถนะที่ต้องการให้เกิดขึ้นในผู้เรียนทุกคนที่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไปทดลองใช้ในสถานศึกษา 24 แห่ง พบว่าครูสามารถทำได้ แต่ต้องได้รับคำแนะนำที่ชัดเจนว่าไม่ใช่แค่การให้ความรู้และฝึกทักษะ ต้องเชื่อมโยงกับชีวิตจริง การทำงานจริง และเมื่อให้ครูทดลองประเมินนักเรียน แล้วนำผลมาทำการวิเคราะห์ พบว่า ทั้ง 10 สมรรถนะหลักที่กำหนดมีความสัมพันธ์ทางบวก ดังนั้นกอปศ.จะทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 2 ชุด คือ ชุดการปรับหลักสูตรชั้น ป.1 – ป.3 และชุดการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะครบวงจร เพื่อให้หน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดนำไปใช้เป็นฐานในการพัฒนาหลักสูตรต่อไป

“กรอบสมรรถนะหลักของผู้เรียน 10 สมรรถนะ ได้แก่ 1. ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร 2. คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน 3.การสืบสอบทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ 4. ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 5. ทักษะชีวิตและความเจริญแห่งตน 6.ทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ 7.ทักษะการคิดขั้นสูงและนวัตกรรม 8.การรู้เท่าทันสื่อสารสนเทศและดิจิทัล 9.การทำงานแบบรวมพลังเป็นทีมและภาวะผู้นำ และ 10.การเป็นพลเมืองตื่นรู้ และสำนึกสากล ซึ่งกรอบสมรรถนะทั้ง 10 นี้ จะทำให้เด็กไทยมีคุณสมบัติเป็นคนไทยฉลาดรู้ อยู่ดีมีสุข มีความสามารถสูง และใส่ใจสังคม” นางทิศนา กล่าว

ด้าน นพ.จรัส กล่าวว่า สมรรถนะของผู้เรียนถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเดิมการศึกษาใช้ท่องจำเนื้อหาสาระ คิดไม่เป็นทำไม่เป็น ต่อไปเนื้อหาสาระจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และสามารถนำไปใช้ได้จริงหาความรู้เพิ่มเติมได้นำไปปฏิบัติได้ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะมีสถานบันหลักสูตรการเรียนรู้แห่งชาติขึ้น เพื่อทำหน้าที่ 3 ด้านคือ 1.กำหนดหลักสูตร ซึ่งหลักสูตรที่กำหนดจะเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ มีทั้งเนื้อหาสาระ การใช้ประโยชน์ 2.กระบวนการเรียนรู้ และ3.กระบวนการยืนยันการเรียนรู้หรือประเมินผลการศึกษา ซึ่งเมื่อมีกรอบสมรรถนะหลักแล้วจะทำให้เห็นว่าไม่ใช่เรียนเป็นนกแก้วนกขุนทอง เรียนแล้วใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งประเทศต่างๆ ในโลกขณะนี้ก็เปลี่ยนมาใช้การเรียนรู้ฐานสมรรถนะกันแล้ว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1257727