วันพุธ 14 พฤศจิกายน 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > จ่อถอนตั๋ว ‘ครู’ โพสต์โซเชียลเสื่อมเสียลามก ด่าทอ ชู้สาว

จ่อถอนตั๋ว ‘ครู’ โพสต์โซเชียลเสื่อมเสียลามก ด่าทอ ชู้สาว

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 1 พฤศจิกายน 2561 เปิดอ่าน 990 ครั้ง

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) คุรุสภา เปิดเผยว่า ที่ประชุมกมว.เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้หารือความคืบหน้าการสอบสวนการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ โดยในส่วนของกรณีที่สังคมให้ความสนใจ เช่น กรณีที่เป็นความผิดชัดเจน อย่างนายณฐาภพ บุญทองโท อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ที่ถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมชู้สาวกับนักเรียนหญิงชั้น ม.2 โรงเรียนเดียวกัน โดยมีหลักฐานการแชทคุยทางไลน์ของทั้งคู่ ในเชิงชู้สาวนั้นทราบว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้นสังกัดลงโทษไล่ออกผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าวออกจากราชการแล้ว แต่เจ้าตัวได้ยื่นอุทธรณ์ และอยู่ระหว่างการพิจารณา ดังนั้นในส่วนของกมว. ก็จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการสืบสวนตามขั้นตอน โดยไม่สามารถนำผลการสอบสวนมาใช้ในการพิจารณาเกี่ยวกับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ เพราะอาจทำให้เกิดการฟ้องร้องในภายหลัง ขณะที่กรณีนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังษี จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาคดีอาญาฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน กรณีสลากกินแบ่งรัฐบาล 30 ล้านบาท หรือหวย 30 ล้านบาท ก็ยังต้องรอคำตัดสินของศาล จากนั้นจึงจะสามารถนำมาพิจารณาได้ว่าผิดจรรยาบรรณในข้อใดบ้าง

นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังมีมติให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ไปทบทวน จรรยาบรรณวิชาชีพให้มีความทันต่อยุคดิจิตทัล ซึ่งพบว่า ปัจจุบัน ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ผ่านโซเชียลจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ยกตัวอย่างเช่น โพสต์ข้อความด้วยถ้อยคำที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อวิชาชีพ ข้อความหยาบคาย ด่าทอผู้อื่น ลามก หรือข้อความที่มีนัยเชิงชูสาว หรือกระทั่งข้อความที่เป็นการแสวงหาประโยชน์จากหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีระบุโทษไว้ชัดเจน ดังนั้น ทางกมว. จึงคิดว่า จะเข้าไปดูแลเรื่องเหล่านี้ด้วย โดยจะระบุจรรยาบรรณทางโซเชียลรวมถึงระบุโทษให้ชัดเจน ซึ่งมีตั้งแต่ตักเตือน ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน พักใช้ใบอนุญาตฯ และเพิกถอนใบอนุญาตฯ

“ที่ผ่านมาพบว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมผ่านโซเชียลค่อนข้างมาก แต่ไม่มีการระบุโทษที่ชัดเจนทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อวิชาชีพ แต่ไม่เนื่องจากไม่เคยมีการตรวจสอบและระบุโทษ จึงไม่มีการเก็บสถิติและไม่มีการลงโทษ มีเพียงกรณีเดียวคือ ผู้อำนวยการโรงเรียนแชทคุยทางไลน์กับนักเรียนชั้นม.2 ซึ่งต่อไปหากครูและบุคลากรทางการศึกษา รายใดที่มีพฤติกรรมเสื่อมเสียทางโซเชียลแล้ว มีผู้ร้องเรียน โดยนำหลักฐาน เช่น ผู้เสียหายแคปหน้าจอมาร้องเรียน ก็อาจถูกลงโทษได้เช่นกัน”นายเอกชัยกล่าว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1202064