วันเสาร์ 15 ธันวาคม 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > ‘หมอธี’แจงเหตุย้าย‘บิ๊ก ศธ.’เอี่ยวอควาเรียม ไม่กลั่นแกล้ง แต่ทำตามกฎหมาย

‘หมอธี’แจงเหตุย้าย‘บิ๊ก ศธ.’เอี่ยวอควาเรียม ไม่กลั่นแกล้ง แต่ทำตามกฎหมาย

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 8 ตุลาคม 2561 เปิดอ่าน 195 ครั้ง

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยกรณี ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา มีมติโอนย้ายข้าราชการระดับสูงของศธ. 3 ท่าน ไปดำรงตำแหน่งในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ในสำนักนายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 16/2558 ประเภทผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วยนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ อดีตเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี นายมงคลชัย สมอุดร อดีตที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ไปดำรงตำแหน่งนักวิชาการทรงคุณวุฒิพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายบุญส่ง จำปาโพธิ์ อดีตรองเลขาธิการ กอศ. เป็นที่ปรึกษาพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีผลตั้งแต่วันที่ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป ว่า การโอนย้ายครั้งนี้ มาจากการตรวจสอบกรณีการก่อสร้างโครงการสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา หรืออควาเรียมหอยสังข์ ที่วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ อ.เมือง จ.สงขลา สังกัด สอศ.ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปี 2550 กำหนดแล้วเสร็จในปี 2554 ในวงเงินงบประมาณ 835 ล้านบาท แต่จนถึงขณะนี้ปีงบประมาณ 2561 การดำเนินการโครงการดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งยังมีรายงานใช้งบประมาณไปแล้วไม่น้อยกว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่มีนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดศธ. เป็นประธาน ตรวจสอบว่ามีมูลความผิด ซึ่งตนต้องดำเนินตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เพราะถ้าเริ่มกระบวนการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง แต่ยังปฏิบัติงานอยู่คนภายนอกจะมองเช่นไร ทุกอย่างดำเนินการไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามกระบวนการยังไม่สิ้นสุดผู้เกี่ยวข้องก็สามารถชี้แจงได้

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า อีกทั้งกรณีอควาเรียมมีผู้เกี่ยวข้องในหลายหน่วยงาน หลายกระทรวง การตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงจึงเป็นอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้พิจารณา ซึ่งขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ชี้มูลความผิดมาหนึ่งคนแล้ว ศธ.จึงรวบรวมเสนอรายชื่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ให้พล.อ.ประยุทธ์ พิจารณาแล้ว และในส่วนของ ผู้เกี่ยวข้องในสังกัด ศธ. ที่เกษียณอายุราชการไปก่อนหน้านี้ เป็นอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้พิจารณาสืบสวนต่อไป

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่าต่อว่า ส่วนจะโยกย้ายหรือแต่งตั้งใครมาดำรงตำแหน่งข้าราชการระดับ (ซี) 11 แทน นายชัยพฤกษ์ ตนขอพิจารณาก่อน เพราะเรื่องคนต้องคิดนานๆ คนที่ขึ้นมาแทนต้องเป็นคนที่ได้รับการยอมรับ ส่วนจะมีการขยับเลื่อนข้าราชการจากซี 10 มาเป็น 11 เพื่อทดแทนก่อนหรือไม่นั้นตนขอพิจารณาก่อน และในส่วนซี 10 ที่ยังว่างอยู่รอการเสนอเข้า ครม.ล็อตสอง ขณะนี้รอผู้บริหารองค์กรหลักในศธ. เสนอชื่อขึ้นมาให้ตนพิจารณา ขอยืนยันว่าไม่มีการล้วงลูกแน่นอน และในส่วนจะมีการเสนอเข้า ครม.เมื่อไหร่นั้น คงไม่ใช่สัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการเสนอโอนย้ายข้าราชการทั้ง 3 รายไม่เป็นธรรม นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ผู้ที่บอกว่าไม่เป็นธรรมเป็นเจ้าตัว หรือคนอื่นมาร้องเรียนแทน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มีความเห็นสองทาง แต่ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย กระบวนการยังไม่สิ้นสุดเพราะมีการสอบสวนอีก ซึ่งเรื่องที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การโอนย้ายครั้งนี้ ตนเห็นจากสื่อโซเชียลแล้ว แต่ไม่อยากตอบโต้ และในทางตรงกันข้ามเมื่อ ผลตรวจสอบออกมา และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสรุปผลว่ามีมูล ถ้าตนไม่ทำอะไรก็เท่ากับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้เอาเรื่องบุคคลขึ้นมาเพราะตนไม่มีปัญหากับใคร

“ส่วนตัวผมเอง ผมไม่มีปัญหากับใคร หรือกับนายชัยพฤกษ์ ตรงกันข้ามใครๆ ก็ทราบว่าผมให้เขาทำงานให้และชื่นชมว่าทำงานดี แต่เมื่อผลสรุปของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอออกมาเป็นแบบนี้ จะให้ผมใช้อคติ ความรู้สึกรัก ชัง มาตัดสินไม่ได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย นายชัยพฤกษ์ ยังมีโอกาสได้ชี้แจง ส่วนคนที่อยู่ในสอศ. ก็ต้องให้ออกมาเพื่อที่การสอบสวบดำเนินการต่อไปได้ ถ้าถามความรู้สึกส่วนตัวผม ผมก็รู้สึกไม่ดีเพราะผมก็รักเขา แต่เราต้องทำตามหน้าที่ ส่วนคนที่ออกมาด่าผมตอนนี้ ซึ่งผมคิดว่ามีส่วนน้อยน่าจะมีธงในใจหาว่าผมกลั่นแกล้ง ผมไม่ได้กลั่นแกล้งเพราะทุกอย่างเป็นไปตามข้อสรุป เป็นไปตามกฎหมาย” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1167868