วันเสาร์ 15 ธันวาคม 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > บทความ > มหากาพย์…เงินกู้ ‘ช.พ.ค.’ ทวงคืน…เบี้ยประกัน 4 หมื่นล.??

มหากาพย์…เงินกู้ ‘ช.พ.ค.’ ทวงคืน…เบี้ยประกัน 4 หมื่นล.??

หมวดหมู่ : บทความ 2 ตุลาคม 2561 เปิดอ่าน 2,524 ครั้ง

กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง หลัง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ตัวแทนกลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ พร้อมด้วยตัวแทนครูจากทุกภาคของประเทศกว่า 100 คน เดินทางร้องทุกข์ยังกองบังคับการปราบปราม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวโทษ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ธนาคารออมสิน และ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

โดยกล่าวหาว่าส่อ ฉ้อโกงประชาชนŽ กรณีการกู้เงินใน โครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และ สมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) 1-7 ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา

โดยมี 3 ใน 7 โครงการที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อฉล คือมีการหักประกันสัญญาเงินกู้ที่อ้างว่าจะเอาเงินที่หักแต่ละครั้งไปประกันชีวิต เริ่มจากโครงการที่ 5 ยอดเต็มสินเชื่อ 600,000 บาท แต่ครูต้องจ่ายเบี้ยประกันไปเฉลี่ยรายละ 30,000 บาท

โครงการที่ 6 ยอดสินเชื่อสูงขึ้นเป็น 1,200,000 บาท มีมากกว่า 5 แสนบัญชี ยอดเงินกู้กว่า 600,000 ล้านบาท แต่ละคนต้องยอมจ่ายเบี้ยประกันรายละ 60,000 บาท

และโครงการที่ 7 ยอดสินเชื่อสูงสุด 3 ล้านบาท มีผู้กู้มากกว่า 5 แสนบัญชี วงเงินมากกว่า 6-7 แสนล้านบาท

มีครูที่กู้โครงการ 5-6-7 ถึงร้อยละ 85 ทั้งหมดต้องยอมจ่ายเบี้ยประกันรายละ 186,300 บาท เพื่อประกันชีวิต แต่สุดท้ายจริงๆ แล้วไม่ได้รับกรมธรรม์ตามที่สัญญาไว้ ทำให้ครูทั่วประเทศกว่า 450,000 คนเดือดร้อน

ประเด็นคำถามที่ยังไม่มีการไขข้อข้องใจ คือ การประกันชีวิตŽ สุดท้ายกลายเป็น ประกันอุบัติเหตุรายปีŽ หรือ ประกันหมู่Ž ที่ผู้กู้ต้องจ่ายเบี้ยประกันกินเปล่า ทำให้ครูต้องมีภาระดอกเบี้ยรวม 3 สัญญา มูลค่ารวม 40,000 ล้านบาท

ทำไม?? ตลอด 10 ปี ครูที่กู้เงินในโครงการนี้ถึงไม่เคยได้เห็นกรมธรรม์?

เงินที่กลุ่มครูทำประกันกว่า 40,000 ล้านบาท หายไปไหน??

เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่มีข้อร้องเรียนและคำถามต่างๆ เกิดขึ้นต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี!!

แม้จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมา ตอบŽ ข้อสงสัยบ้าง แต่ยังไม่ชัดเจนมากพอที่จะทำให้ครูหายข้องใจ

ที่เป็นประเด็นมากที่สุด คือโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.5 ซึ่งมีข้อ ครหาŽ กรณีบังคับให้ผู้กู้ทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ โดยต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันต่อคนต่อ 10 ปี จ่ายเบี้ยประกันตามระดับวงเงินกู้ ดังนี้

วงเงินกู้ 100,000 บาท ต้องจ่ายเบี้ยประกัน 6,200 บาท วงเงินกู้ 200,000 บาท จ่าย 12,400 บาท วงเงินกู้ 300,000 บาท จ่าย 18,600 บาท วงเงินกู้ 400,000 บาท จ่าย 24,800 บาท วงเงินกู้ 500,000 บาท จ่าย 31,000 บาท และวงเงินกู้ 600,000 บาท ต้องจ่ายเบี้ยประกัน 37,200 บาท

ทำให้เกิดข้อข้องใจและสงสัยว่า เรื่องนี้มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ทำไมต้องทำประกัน ซ้ำซ้อนŽ ในเมื่อการกู้เงิน ช.พ.ค.ถือว่ามีความเสี่ยงน้อย เพราะสมาชิก ช.พ.ค.ที่เป็นผู้กู้ทุกคน ยินยอมให้หักเงินสงเคราะห์ ช.พ.ค.เมื่อเสียชีวิต และยังมีเงื่อนไขการชำระเงินกู้โดยหักเงินเดือน หรือเงินบำนาญ

ตามมาด้วยข้อสงสัยเรื่อง ค่าคอมมิสชั่นŽ !!

แม้ว่า ผู้บริหารŽ ธนาคารออมสิน และ สกสค.จะเคยออกมาชี้แจงในช่วงแรก ยอมรับว่ามีค่าคอมมิสชั่นจริง แต่ไม่ได้รับมาเป็นตัวเงิน โดย สกสค.ให้บริษัททิพยประกันภัยนำไปเป็น ส่วนลดŽ เบี้ยประกันให้กับสมาชิก ช.พ.ค.ที่ยื่นกู้ เช่น วงเงินกู้ 600,000 บาท ต้องเสียเบี้ยประกัน 39,800 บาท แต่จะได้ส่วนลด 2,600 บาท ทำให้เสียเบี้ยประกันเพียง 37,200 บาท

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องความเหมาะสมของอัตราเบี้ยประกันชีวิตที่เรียกเก็บตามระดับวงเงินกู้ ตั้งแต่ 6,200-37,200 บาทดังกล่าว ซึ่งถูกมองว่าค่อนข้างสูงนั้น มีฐานคิดอย่างไร เพราะบางโครงการ เช่น โครงการพัฒนาชีวิตครู มีสมาชิก ช.พ.ค.ยื่นกู้วงเงิน 700,000 บาท แต่จ่ายเบี้ยประกันเพียง 20,000 บาท มีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีเท่ากัน

และถ้าเป็นเพศหญิง จะถูกกว่าเพศชายประมาณ 3 เท่า หรือราว 7,000 บาทเท่านั้น

ผู้ที่จะตอบคำถามทั้งหมดได้ หนีไม่พ้น สกสค., ธนาคารออมสิน และบริษัททิพยประกันภัย!!

ล่าสุด นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์รัฐมนตรีว่าการ ศธ.และ นายพีระ รัตนวิจิตร รองปลัด ศธ.ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.ออกมาปฏิเสธว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ สกสค.และธนาคารออมสิน เป็นเรื่องระหว่างผู้กู้กับบริษัทประกันเพียง 2 ฝ่าย และแนะนำไปยังกลุ่มผู้เสียหายร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

กรณีนี้ผมเองเคยทำเรื่องแจ้งไปยังดีเอสไอแล้ว และจะให้ สกสค.แนะนำไปยังกลุ่มผู้เสียหายว่าหน่วยงานที่จะแก้ไขเรื่องนี้ได้คือ คปภ. ซึ่งในส่วนของ ศธ.จะให้ฝ่ายกฎหมายไปช่วยคิดว่าจะดำเนินการแจ้งความหรือเรียกร้องความเสียหายได้จากหน่วยงานใดได้อีก ยืนยันว่า ศธ.ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เรื่องนี้คู่กรณีไม่ใช่ สกสค.แต่เป็นอดีตผู้ที่ทำสัญญาร่วมกับคู่กรณีŽ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าว

ส่วนการทำประกันชีวิตของผู้กู้ใหม่นั้น ปัจจุบันธนาคารออมสินประกาศอย่างชัดเจนแล้วว่า ผู้กู้ไม่จำเป็นต้องใช้ประกันชีวิตกับบริษัททิพยประกันภัย แต่ให้ เลือกŽ บริษัทที่เหมาะสมได้เอง เลือกบริษัทที่ดีที่สุด และตรงตามเงื่อนไขที่สุด จึงไม่น่าจะเกิดปัญหาขึ้นมาอีก

ขณะที่ พ.ต.อ.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบก.ป.มอบให้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.สอบปากคำผู้ร้องไว้ จากนั้นจะนำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการ!!

ต้องจับตาดูจากนี้ ศธ.และผู้เกี่ยวข้องจะไขข้อข้องใจของ ครูŽ กับประเด็น ทวงคืนŽ เบี้ยประกันชีวิตที่หายไปกว่า 40,000 ล้านบาท ว่าหายไปไหน และหายไปจริง…อย่างที่เข้าใจกันหรือไม่!!

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1156838

เปิดอ่าน 2,524 ครั้ง