วันจันทร์ 15 ตุลาคม 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > บทความ > ‘บิ๊ก สพท.’ เปิดศึก ‘ศธจ.’ รอบใหม่ ไม่เซ็น ‘เงินเดือน-วิทยฐานะ’ ครู จับตา ‘หมอธี’ แก้เกม… ‘ชิง’ อำนาจ!!

‘บิ๊ก สพท.’ เปิดศึก ‘ศธจ.’ รอบใหม่ ไม่เซ็น ‘เงินเดือน-วิทยฐานะ’ ครู จับตา ‘หมอธี’ แก้เกม… ‘ชิง’ อำนาจ!!

หมวดหมู่ : บทความ 28 กันยายน 2561 เปิดอ่าน 834 ครั้ง

เป็นเรื่องขึ้นมาอีกจนได้ กับกรณีความขัดแย้งระหว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และ ผู้อำนวยการโรงเรียน กับ ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) นำมาสู่ปัญหาผู้อำนวยการ

สพท. งัดข้อŽ และ ปฏิเสธŽ การร่วมงานกับ ศธจ.ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2560!!

แม้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 ที่ให้โอนการใช้อำนาจการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัด และกรุงเทพฯ ตามมาตรา 53 (3)(4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นของ ศธจ.โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ไปเมื่อเดือนมกราคม 2561

โดยคืนอำนาจตามมาตรา 53(3) และ (4) ให้แก่ผู้อำนวยการ สพท.และผู้อำนวยการโรงเรียน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารงานบุคคล ให้ ศธจ.เป็นผู้แทน ศธ.ทำหน้าที่ประสานงาน บูรณาการการศึกษาในระดับจังหวัด โดยจะตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด คือ คณะกรรมการบูรณาการด้านการศึกษา และคณะกรรมการการบริหารงานบุคคล ทั้ง 2 ชุด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และ ศธจ.เป็นเลขานุการ สำหรับคณะกรรมการบริหารงานบุคคลจะมีผู้อำนวยการ สพท.ในจังหวัดทุกคนร่วมเป็นกรรมการ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีสัดส่วนเท่ากับผู้อำนวยการ สพท.และผู้แทนจากส่วนต่างๆ

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการ สพท.เป็นผู้ใช้อำนาจตามมาตรา 53(3) ตามที่ กศจ.อนุมัติ ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้ใช้อำนาจตามมาตรา 53(4) ตามที่ กศจ.อนุมัติ ส่วน ศธจ.ทำหน้าที่เลขานุการ กศจ.

ซึ่งเป็นทางออกที่เป็นความเห็นร่วมกันของทั้งฝ่าย สพท.และ ศธจ.

สุดท้ายก็เหลว ทั้งที่คณะกรรมการกฤษฎีกา และ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เรียก ศธ.เข้าชี้แจงหลายครั้ง ขณะที่ ศธ.ดึงคำสั่ง คสช.กลับมาแก้ไขตามที่กฤษฎีกาเสนอแนะไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้ง

ระหว่างนั้น กลุ่มผู้อำนวยการ สพท.ได้ออกมาทวงถามถึงความคืบหน้าหลายครั้ง รวมถึงเข้าพบนายวิษณุ

แต่ได้รับคำตอบว่าการแก้ไขคำสั่ง คสช.ค่อนข้างยาก และเสนอแนะให้ใช้ช่องทาง คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.)Ž แทน กล่าวคือ ให้เสนอข้อกฎหมายเพื่อแก้ไขแนวปฏิบัติที่เป็นปัญหาไปยัง กอปศ.และรัฐบาลจะรับร่างกฎหมายที่เสนอขึ้นมาจาก กอปศ.มาพิจารณา

ขณะที่ นพ.ธีระเกียรติออกมาให้คำตอบในทำนองเดียวกันว่า ตอนนี้นายกฯ มีนโยบายให้ปรับแก้กฎหมายในภาพรวม ซึ่งเรื่องใดที่เคยใช้อำนาจมาตรา 44 แก้ปัญหา ให้ไปกำหนดรายละเอียดไว้ในกฎหมายใหม่ ที่อยู่ระหว่างการปรับแก้ด้วย รวมถึงการแก้ปัญหาอำนาจตามมาตรา 53(3) และ (4) ให้นำข้อเสนอที่ได้จากทั้ง 2 ฝ่าย ไปใส่ไว้ในร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

เมื่อ คำตอบŽ ที่ได้ออกมาในรูปแบบนี้ ถึงแม้ฝ่ายผู้อำนวยการ สพท.จะอยากให้แก้คำสั่ง คสช.ดังกล่าวเพียงใด แต่ก็ทำได้เพียงแค่ กดดันŽ เท่านั้น

ขู่กันเบาๆ อย่างเช่น ผู้อำนวยการ สพท.ทั่วประเทศ ประกอบด้วย ผู้แทนสมาคมนักบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมนักบริหารเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย ผู้แทนชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย (ชร.ผอ.สพท.) และผู้แทนประธานคลัสเตอร์ทั้ง 4 ภูมิภาค ได้หารือร่วมกันและมีมติที่จะแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยเชิญชวนสมาชิกลาออกจาก กศจ.และคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (อกศจ.)

ล่าสุด นายธนชน มุทาพร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ชัยภูมิ เขต 1 และประธาน ชร.ผอ.สพท.ออกมาเคลื่อนไหว อ้างมติผู้อำนวยการ สพท.ทั่วประเทศสนับสนุนแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ โดยทวงคืนอำนาจการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา 53 จาก ศธจ.ให้แก่ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้อำนวยการ สพท.ตามเดิม

โดยตราบใดยังไม่คืนอำนาจให้ผู้อำนวยการ สพท.ทั่วประเทศ จะเคลื่อนไหวต่อต้าน ศธจ.ในเชิง สัญลักษณ์Ž ด้วยการไม่ลงนามในหนังสือต้นเรื่องที่ต้องส่งให้ ศธจ.ลงนาม ทั้งเรื่องเลื่อนเงินเดือน เลื่อนวิทยฐานะ และแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการครู แต่ให้รองผู้อำนวยการ สพท.ลงนามแทน

ซึ่งผู้อำนวยการ สพท.ทั่วประเทศ เริ่มมาตรการนี้แล้ว…

ทำเอา หมอธีŽ ถึงกับลมออกหู!!

สั่ง นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เรียกแกนนำ สพท.เคลียร์ ย้ำชัดว่าอย่าปล่อยให้ใครออกมาประท้วงเชิงสัญลักษณ์

ผมเป็นรัฐมนตรี ถ้าผมบอกว่าจะไม่เซ็นหนังสือได้หรือไม่ เหตุผลเพราะผมไม่พอใจใครสักคน ประเทศจะอยู่อย่างไร เรื่องพวกนี้ ครูก็เบื่อ เพราะครูเขาอยากสอนเด็ก แต่ผู้บริหารพูดถึงแต่เรื่องอำนาจ ใครคุมใคร ใครให้เงินเดือนใคร ใครสั่งใคร แล้วจะปฏิรูปการศึกษาได้หรือไม่ การปฏิรูปการศึกษาต้องไปถึงเด็ก ผมขอพูดแรงๆ เพราะเขาก็พูดแรงมา ประเทศกำลังจะเดินไปข้างหน้า ถ้าให้ตั้งข้อสังเกตที่ออกมาพูดครั้งนี้ หรือเป็นเพราะกำลังจะเลือกตั้ง ผมได้สั่งผู้บริหาร สพฐ.ไปแล้ว ตั้งแต่นายบุญรักษ์ ว่าต้องจัดการให้ได้ ผมไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ไปดูตามกฎหมายว่า ถ้าพูดแบบนี้ เป็นผู้บังคับบัญชา ทำอะไรได้ เรียกมาคุย ต้องทำตามกฎหมายบ้านเมืองŽ

เรื่องนี้เป็นคำสั่งหัวหน้า คสช.ไม่ใช่เรื่องที่จะออกมาประท้วงเชิงสัญลักษณ์ ผมบอกไปแล้ว ถ้ามีการออกมาพูดแบบนี้อีก การประชุมผู้อำนวยการ สพท.สัปดาห์หน้า ผมคงไม่ไป เพราะคุยแล้วคงไม่ได้อะไร จะมาคุยกันเรื่องอำนาจ หลอกให้ผมไปคุยแล้วจะให้รับปาก ผมไม่ทำŽ นพ.ธีระเกียรติกล่าว

ถือเป็นการ เบรกŽ ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของรัฐมนตรีว่าการ ศธ.

ต้องรอดูว่า สุดท้ายแล้ว บิ๊ก สพฐ.Ž จะสามารถเคลียร์เรื่องนี้ได้ลงตัวหรือไม่

หรือการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ครั้งนี้ จะเป็นการ จุดชนวนŽ การปะทะกันระหว่างผู้อำนวยการ สพท.และ ศธจ.ให้ปะทุขึ้นอีกรอบ ได้แต่หวังว่าจะไม่บานปลายถึงขั้นกระทบต่อการบริหารงานภายใน สพท.และไม่กระทบถึงคุณภาพการเรียนการสอน

ไม่ว่าทางออกสุดท้ายของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร แต่หากผู้บริหารการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น ผู้บริหาร สพท., ศธจ., สพฐ.และทุกคนที่เกี่ยวข้อง มองไปที่เป้าหมายเดียวกัน คือ คุณภาพŽ การศึกษา เชื่อว่าปัญหาคงจบลงได้ไม่ยากนัก

แต่ถ้าทุกฝ่ายยัง ยึดติดŽ กับอำนาจ พวกใคร พวกมัน…

สุดท้าย การศึกษาไทยŽ คงหนีไม่พ้นต้อง ติดหล่มŽ ลงหลุมลึกลงไปอีก!!

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1145166

เปิดอ่าน 834 ครั้ง