วันเสาร์ 15 ธันวาคม 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > รอบรั้วเสมา > นโยบายการประกันคุณภาพการศึกษาของไทย

นโยบายการประกันคุณภาพการศึกษาของไทย

หมวดหมู่ : รอบรั้วเสมา 23 กันยายน 2561 เปิดอ่าน 1,028 ครั้ง

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษ “การประกันคุณภาพการศึกษา” ในการประชุมสามัญประจำปี สมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทย (ISAT)เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561 ณ โรงแรมเรเนซองส์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯ โดยมี ม.ล.ปริยดา ดิศกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายประยูร หรั่งทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, ผู้บริหารสมาคมโรงเรียนนานาชาติ ตลอดจนผู้บริหาร ผู้แทน และคณาจารย์โรงเรียนนานาชาติ เข้าร่วมงาน

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การพบปะกับผู้บริหารและสมาคมโรงเรียนนานาชาติในครั้งนี้ เพื่อต้องการทำความเข้าใจแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาระบบใหม่ เช่นเดียวกับที่เคยทำความเข้าใจกับโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

จากการพบปะพูดคุยครั้งนี้ก็มีผลการตอบรับที่ดี เนื่องจากโรงเรียนนานาชาติไม่ต้องกังวลเรื่องการประเมินและประกันคุณภาพการศึกษาอีกต่อไปแล้ว ทำให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ เพราะแต่เดิมกฎกระทรวงเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษาที่ประกาศใช้เมื่อปี 2553 ไม่สอดคล้องกับหลักการประกันคุณภาพการศึกษาที่แท้จริง ทำให้การประกันคุณภาพการศึกษาภายในและภายนอกไม่สัมพันธ์กัน อีกทั้งยังมีตัวชี้วัดจำนวนมาก ซึ่งต้องใช้กระดาษและงบประมาณมากมายสำหรับการประเมินในแต่ละครั้ง อีกทั้งยังไม่สะท้อนผลการจัดการศึกษาตามความเป็นจริง ที่สำคัญเป็นการสร้างภาระให้กับสถานศึกษา บุคลากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ประกาศกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561 ซึ่งถือเป็นการปฏิรูประบบการประกันคุณภาพการศึกษารูปแบบใหม่ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการศึกษาไทย มุ่งเน้นการประกันคุณภาพที่เป็นรูปธรรม ดำเนินการได้ง่ายขึ้น สะท้อนคุณภาพการศึกษาที่เป็นจริง สิ่งสำคัญคือ “ลดภาระงานของครู เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพการศึกษา” ได้ตรงตามความมุ่งหวังที่ตั้งไว้

การประเมินและประกันคุณภาพการศึกษารูปแบบใหม่นี้ หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะมีบทบาท ดังนี้

  • สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ทำหน้าที่เป็น Regulator รับรายงานผลการประเมินตนเอง และดำเนินการประเมินร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมทั้งส่งรายงานการประเมินให้ต้นสังกัดและสถานศึกษา เพื่อนำไปพัฒนาต่อไป

  • สพฐ. สร้างมาตรฐานของสถานศึกษาที่มีคุณภาพ และสนับสนุนการศึกษาให้พร้อมรับการประเมิน ด้วยการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจในมาตรฐานของสถานศึกษาที่มีคุณภาพ สร้างความเข้าใจวิธีการประเมินแนวใหม่ การเขียนรายงานการประเมินตนเองแบบใหม่ที่ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องเป็นผู้ประเมินโรงเรียน โดยให้รายงานข้อมูล 3 เรื่อง ได้แก่ ประเมินสถานศึกษาของตนเองว่ามีการจัดการศึกษาอยู่ในมาตรฐานใดในปัจจุบัน, แนบหลักฐานสนับสนุนผลการประเมินตนเอง และเสนอแผนที่จะพัฒนาสถานศึกษาให้ได้มาตรฐานหรืออยู่ในระดับที่ดีขึ้น หากสถานศึกษาอยู่ในระดับดีที่สุดแล้ว ก็ให้เสนอแผนในการรักษามาตรฐานที่ดีนั้นไว้

  • สถานศึกษา ทำให้เกิดสถานศึกษาที่มีมาตรฐาน และจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า การประกันคุณภาพการศึกษาสำหรับโรงเรียนนานาชาตินั้น จะใช้การประกันคุณภาพจากองค์กรต่างประเทศที่ได้มาตรฐานและมีความเป็นสากล โดยให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เป็นผู้ดูแล คาดว่าจะประกาศมาตรฐานการประกันคุณภาพดังกล่าวได้ในเร็ว ๆ นี้

สมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทย (International Schools Association of Thailand : ISATเป็นศูนย์รวมการศึกษานานาชาติในประเทศไทย และเป็นผู้แทนโรงเรียนสมาชิก ในการดำเนินงานในสาระที่เกี่ยวข้องกับการศึกษานานาชาติทั้งมวล โดยให้บริการแก่สมาชิก และเพิ่มขีดขั้นศักยภาพ โรงเรียนสมาชิก ด้วยการส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพมาตรฐานด้านการศึกษา การเรียนรู้ของนักเรียน ตลอดจนคุณธรรม และจริยธรรมในการดำเนินงานจัดการศึกษานานาชาติในประเทศไทยภาระหน้าที่หลัก

 ส่งเสริมข้อกำหนดด้านจริยธรรมของสมาคมฯ ในหมู่โรงเรียนสมาชิก
 สนับสนุนการสื่อสาร และความร่วมมือในหมู่โรงเรียนสมาชิก
 ส่งเสริมชื่อเสียง และเกียรติภูมิของโรงเรียนสมาชิกให้เป็นที่ประจักษ์
 สนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพ การพัฒนาโรงเรียน และการสร้างเครือข่ายสำหรับโรงเรียนสมาชิก
 สนับสนุนนโยบาย และการดำเนินงานของภาครัฐ ตามความเห็นชอบ และมติของสมาคมฯ

สมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2537 โดยในยุคนั้นมีสมาชิกเพียง 5 โรงเรียนเท่านั้น และมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการ จากวันนั้นจนถึงปัจจุบัน จำนวนสมาชิกได้เติบโต จนขณะนี้มีสมาชิกถึง 120 โรงเรียน แต่สมาคมฯ ก็ยังคงทำหน้าที่หลัก ในการประสานและดำเนินงานร่วมกับหน่วยงาน และองค์กรต่างๆของภาครัฐ และเอกชน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษานานาชาติ และยิ่งไปกว่านั้น สมาคมฯ ยังมีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพการศึกษานานาชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงส่งผลดีต่อโรงเรียนนานาชาติในหมู่สมาชิก แต่ยังเอื้อประโยชน์สู่การพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยอย่างเป็นองค์รวมอีกด้วย

คุณภาพการจัดการศึกษานานาชาติ ของโรงเรียนสมาชิกของสมาคมฯ เป็นที่ประจักษ์ และยอมรับโดยองค์กรต่างประเทศ ที่มีภารกิจในการประเมิน และประกันคุณภาพมาตรฐานการศึกษานานาชาติในระดับสากล อาทิเช่น Western Association of Schools and Colleges (WASC), the New England Association of Schools and Colleges (NEASC), the Council of International Schools (CIS) และ CfBT Education Trust

More Info : ISAT

ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2018/4/353.html

เปิดอ่าน 1,028 ครั้ง