วันจันทร์ 24 กันยายน 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > รอบรั้วเสมา > รมว.ศธ. ได้รับการประกาศยกย่อง “คนไทย ตื่นรู้สู้โกง” จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

รมว.ศธ. ได้รับการประกาศยกย่อง “คนไทย ตื่นรู้สู้โกง” จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

หมวดหมู่ : รอบรั้วเสมา 7 กันยายน 2561 เปิดอ่าน 206 ครั้ง

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้ารับมอบโล่รางวัลการประกาศยกย่อง “คนไทย ตื่นรู้สู้โกง” จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ในฐานะเป็นผู้นำแก้ปัญหาการทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา (BITEC) โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นผู้มอบ และนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เป็นประธานเปิดงาน

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า การทุจริตคอร์รัปชันยังคงเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ของสังคมไทย ตลอดระยะเวลากว่า 7 ปีที่ผ่านมา องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นได้ผลักดันให้คนไทยไม่เพิกเฉยกับการทุจริตและต่อต้านการโกงที่เกิดขึ้นในสังคม เพราะไม่ว่าจะเป็นการทุจริตในรูปแบบใดก็เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ พร้อมทั้งได้พยายามปลุกกระแสให้คนไทยทุกคนไม่อดทนต่อการโกงกินและลุกขึ้นมาตื่นรู้สู้โกง หากเราช่วยกันแก้ปัญหาการทุจริตได้ ก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม

ทั้งนี้ การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปในการใช้ชีวิตของคนไทยมากขึ้น ทำให้มีการออกมาร้องเรียนมากขึ้น อีกทั้งสื่อต่าง ๆ ก็ได้ติดตามรายงานข่าวการทุจริตอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้การต้านโกงกลายเป็นหัวข้อสนทนาในชีวิตประจำวันของคนไทย แต่การพูดหรือการนั่งฟังอย่างเดียวนั้นไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม หากเราวางเฉยก็อาจทำให้บ้านเมืองล่มสลายได้

จึงคาดหวังว่าคนไทยทุกคนจะเห็นว่าการโกงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และนำคำว่า “คนไทย ตื่นรู้สู้โกง” ไปปฏิบัติอย่างแพร่หลายเพื่อให้เกิดปรากฏการณ์เปิดโปง ปลูกฝัง และป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อให้คนโกงหมดไปจากแผ่นดินไทย โดยเชื่อว่าคนไทยทุกคนสามารถเอาชนะการทุจริตและเดินหน้าไปด้วยกัน จึงขอขอบคุณความมุ่งมั่นของคนไทยทุกคนที่ร่วมแสดงพลังเป็นคนไทยที่ตื่นรู้สู้โกงในครั้งนี้

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี กล่าวว่า การส่งเสริมให้คนไทยตื่นรู้ สู้โกง เป็นสิ่งที่ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องและแพร่หลายในทุกหน่วยงาน แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องช่วยกันสร้างคนดีในบ้านเมืองให้เพิ่มมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องทำหน้าที่สั่งสอนและอบรมเด็กทั้งในด้านศีลธรรม จรรยา การเป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบในหน้าที่ ฯลฯ

นอกจากนี้ ทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติตนให้เป็นพลเมืองดี เห็นสิ่งใดที่ทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ อย่าทำไม่ดีให้บ้านเมือง โดยเริ่มปลูกฝังให้เด็กตั้งแต่เล็ก ๆ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความรับผิดชอบตั้งแต่เด็ก ไม่โกงข้อสอบ ไม่ลอกการบ้าน ไม่ลอกรายงานเพื่อน เป็นต้น เพื่อช่วยกันสร้างคนดีให้บ้านเมือง แม้ว่าการสร้างคนดีเป็นเรื่องที่ยากและยาวแต่ก็ต้องทำ ถือเป็นการเตรียมประเทศชาติสำหรับอนาคต ทำให้คนรุ่นต่อไปเป็นคนดีมากขึ้นเพื่อประเทศชาติ

สุดท้ายนี้ ขอน้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พระราชทานเพื่อเชิญลงหนังสือวันเด็กประจำปี 2530 ความว่า “เด็ก ๆ นอกจากจะต้องเรียนความรู้แล้ว ยังต้องหัดทำการงานและทำความดีด้วย เพราะการทำงานจะช่วยให้มีความสามารถ มีความขยันอดทน พึ่งตนเองได้ และการทำดีนั้นจะช่วยให้มีความสุขความเจริญ ทั้งป้องกันตนเองไว้ไม่ให้ตกต่ำ” รวมทั้งพระราโชบายด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้ผู้เรียนได้พื้นฐานที่ดี 4 ประการ คือ รู้จักบ้านเมืองของตน, แยกถูก-ผิด/ชั่ว-ดี และยึดมั่นในความดี ปฏิเสธความชั่ว, ทำงานเป็น-มีอาชีพ และเป็นพลเมืองดี

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งได้รับการประกาศยกย่อง “คนไทย ตื่นรู้สู้โกง” จากการปราบปรามการทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมเสวนา “คนไทยตื่นรู้สู้โกง คนไทยจะลุกขึ้นมาปกป้องประเทศ ต่อต้านการโกงชาติได้อย่างไร” โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า เมื่อได้เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ไม่ได้หนักใจกับการแก้ปัญหาทุจริต เพราะได้ดำเนินการสิ่งต่าง ๆ อย่างตรงไปตรงมา รวมถึงการใช้กฎหมายอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการมีการข่าวที่ดี จึงทำให้การสืบและสอบการทุจริตได้ผลดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การมีทีมงานที่ดีก็มีส่วนสำคัญในการสืบและสอบการทุจริตมีความรวดเร็วขึ้น เพราะ “กระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความไม่ยุติธรรม” กระทรวงศึกษาธิการจึงเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวกับการทุจริตต่าง ๆ ได้ชี้แจงตามกระบวนการและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ

ในส่วนของผู้นำองค์กร ก็ต้องดำรงตนเป็นตัวอย่างที่ดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง เช่น จัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมาย การประชุมที่ตรงเวลา การครองตนเป็นตัวอย่างที่ดี รวมทั้งทำหน้าที่ของตนเองให้ดี ก็จะทำให้คนที่อยู่รอบข้างเข้ามาช่วยเราด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของ Social Media ที่ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมช่วยเปิดโปงการทุจริตต่าง ๆ ได้ ซึ่งการทุจริตเปรียบเสมือนรูรั่ว หากเรือมีรูรั่วหลายจุดก็สามารถทำให้เรือจมได้ แม้ว่าจะมีวิสัยทัศน์ด้านการศึกษากว้างไกลเพียงใด หากมีการทุจริตในรูปแบบต่าง ๆ สุดท้ายแล้ว โครงการดี ๆ ก็พังหมดเช่นกัน

สำหรับการจัดงานการประกาศยกย่อง “คนไทย ตื่นรู้สู้โกง” จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ในปีนี้ ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ เช่น ารปาฐกถาพิเศษ “ปลุกพลังคนไทยสู้โกง” โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี โดยมีผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันอุดมศึกษา เข้าร่วมงานจำนวนมาก  อาทิ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ม.ล.ปริยดา ดิศกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้านครหลวง, ปตท., มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, สมาคมธนาคารไทย, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น

ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2018/4/326.html