วันอังคาร 16 ตุลาคม 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > ‘หมออุดม’ ชี้กระทรวงการอุดมฯ เริ่มทำงานจริง ก.พ.62

‘หมออุดม’ ชี้กระทรวงการอุดมฯ เริ่มทำงานจริง ก.พ.62

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 10 สิงหาคม 2561 เปิดอ่าน 248 ครั้ง

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม ว่า ขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ… และ ร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ…. ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้ว เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา และจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ชุดพิเศษ โดยมี บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน และจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. อีกครั้งปลายเดือน สิงหาคมนี้ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต้นเดือน กันยายนนี้ โดยใช้เวลาพิจารณากฎหมาย ประมาณ 3 เดือน ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถประกาศจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม ได้ภายในเดือน พฤศจิกายนนี้ ตามกรอบเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชน นายกรัฐมนตรีกำหนด ทั้งนี้นายกฯ ได้ย้ำในที่ประชุม ครม. ว่า ขอให้ดำเนินการให้ทันตามกรอบเวลาที่กำหนด หลังจากตั้งกระทรวงแล้ว จะใช้เวลาอีก 3 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาการเปลี่ยนผ่าน เพื่อโยกย้ายบุคลากร จัดการโครงสร้างต่างๆ คาดว่ากระทรวงใหม่จะเริ่มทำงานได้จริง ประมาณ เดือน กุมภาพันธ์ 2562 โดยส่วนตัวเห็นว่า เมื่อมีการประกาศจัดตั้งกระทรวงใหม่แล้ว ก็น่าจะมีรัฐมนตรีเข้ามาดูแลเพื่อเริ่มทำงานทันที แต่หากจะให้รัฐมนตรีคนใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาดำเนินการ ก็ได้เช่นกัน แต่ก็จะทำให้เสียเวลาไป 3 เดือน ส่วนคุณสมบัติของผู้จะมาเป็นรัฐมนตรีนั้น ก็น่าจะเป็นคนที่มีความเข้าใจงานการอุดมศึกษา และมีความเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมจะต้องตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ประเทศ ด้วย

รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. กล่าวต่อว่า สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญอีกฉบับหนึ่งนั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการแต่ยังไม่ลงตัว ว่า จะให้หน่วยงานที่จัดสรรงบประมาณด้านการวิจัย อยู่ในกระทรวงหรือนอกกระทรวงจึงจะเหมาะสม โดยขณะนี้มี 2 แนวทาง คือ ให้หน่วยงานที่จัดสรรงบฯวิจัย อยู่ในกระทรวงการอุดมฯ ข้อดี คือ ความเชื่อมโยงของนโยบายและการปฏิบัติ เพราะอยู่ในกระทรวงเดียวกัน แต่มีข้อห่วงใยว่า อาจมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะหน่วยงานที่ให้งบฯวิจัย และหน่วยงานที่รับเงินวิจัยคือ มหาวิทยาลัย อยู่ในกระทรวงเดียวกัน แต่สามารถแก้ไขได้โดยกำหนดภารกิจให้ชัดเจน และมีบอร์ดวิจัยที่ รัฐมนตรี ไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนอีกแนวคิด คือ ให้หน่วยงานจัดสรรงบฯวิจัย อยู่นอกกระทรวง แต่กำหนดแนวทางนโยบายให้มีความเชื่อมโยงกับกระทรวง ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกา กำหนดรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายเกี่ยวกับ หาก กฤษฎีกา ไม่สามารถตัดสินใจได้ ก็จะยกร่าง พ.ร.บ.ไว้ทั้ง 2 แนวทาง และให้ ครม. เป็นผู้ตัดสินใจเลือกแนวทางใดแนวทางหนึ่ง

“ผมเชื่อว่ากระทรวงใหม่ที่เราออกแบบ จะเป็นกระทรวงที่เล็ก คล่องตัว มีประสิทธิภาพ หน่วยงานส่วนใหญ่จะผลักดันให้เป็นองค์การมหาชน เช่น กรมวิทยาศาสตร์และบริการ จะวางกรอบให้เป็นองค์การมหาชน ภายใน 3 ปี ส่วนหน่วยงานที่เป็นส่วนราชการ จะเหลือเพียงสำนักงานปลัดกระทรวง เพียงหน่วยงานเดียว สำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฎ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล จะผลักดันให้เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐต่อไป” นพ.อุดม กล่าวและว่า ส่วนโครงสร้างในภาพรวมของกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม จะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ ได้แก่ ส่วนงานการอุดมศึกษา และส่วนงานวิจัยและนวัตกรรม โดยแต่ละส่วนจะมีกฎหมายเป็นของตนเองแต่จะมีความเชื่อมโยงกัน มีคณะกรรมการหรือบอร์ดเป็นของตนเอง ได้แก่ คณะกรรมการการอุดมศึกษา และคณะกรรมการพัฒนาวิจัยและนวัตกรรม อย่างไรก็ตาม งานวิจัยที่กระทรวงใหม่ดูแลนั้น คิดเป็นร้อยละ 80 ของงานวิจัยทั้งประเทศ ส่วนอีกร้อยละ 20 เป็นงานวิจัยในสังกัดกระทรวงอื่นๆ เช่น กระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การดูแลงานวิจัยในภาพรวมระดับประเทศ จะมีคณะกรรมการระดับประเทศดูแล โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1080330