วันเสาร์ 15 ธันวาคม 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > บทความ > เปิดศึกชิงอำนาจ…พาอุดมศึกษาไทยสู่ ‘วิกฤต’??

เปิดศึกชิงอำนาจ…พาอุดมศึกษาไทยสู่ ‘วิกฤต’??

หมวดหมู่ : บทความ 31 กรกฎาคม 2561 เปิดอ่าน 719 ครั้ง

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยไทย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่หลายแห่ง ต้องประสบกับภาวะสุญญากาศ ขาดผู้บริหาร หรือ อธิการบดีŽ กุมบังเหียน

ส่งผลให้การบริหารงานหลายอย่างเกิดปัญหา การพัฒนามหาวิทยาลัยหยุดชะงัก

มากกว่านั้น ยังสะท้อนให้เห็นถึงความ ขัดแย้งŽ ระหว่าง สภามหาวิทยาลัยŽ กับ ฝ่าย บริหารŽ ที่ขัดแข้งขัดขากันเอง จนฉาวโฉ่ !!

ส่วนใหญ่หนีไม่พ้น ผลประโยชน์ไม่ลงตัว…

บางแห่งลุกลามถึงขั้นไม่สามารถแก้ปัญหาเองได้ กระทั่ง ปี 2559 คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ต้องเสนอให้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ขณะนั้น ใช้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญ 2560 และประกอบมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา

ตั้งคณะกรรมการเข้าไปควบคุมการบริหารงานในมหาวิทยาลัย แทนสภามหาวิทยาลัย และผู้บริหารชุดเดิม…

โดยเริ่มที่ 2 มหาวิทยาลัยแรก ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สุรินทร์ และ มรภ.ชัยภูมิ ตามด้วยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก และมหาวิทยาลัยบูรพา ล่าสุดเพิ่งประกาศเพิ่มเติมไปเมื่อเร็วๆ นี้ คือ มทร.ล้านนา

ขณะที่อีกหลายแห่ง อยู่ในลิสต์รายชื่อที่ กกอ.อาจต้องส่งคณะกรรมการเข้าไปควบคุมเช่นกัน…

ประเด็นเหล่านี้ ถูกตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นแหล่งรวมนักวิชาการ อาจารย์ และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สังคมคาดหวัง ให้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนประเทศ และชี้แนะแนวทางแก้ปัญหาให้สังคมยามเกิดข้อขัดแย้ง!!

แม้บางแห่งปัญหาอาจไม่รุนแรงถึงขั้นต้องใช้มาตรา 44 เข้าไปแก้ปัญหา

แต่การขาด ผู้นำŽ ตัวจริง มีผลต่อภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ และการยอมรับทั้งในระดับประเทศ และนานาชาติ…

อย่าง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.)มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง เป็นอีกหนึ่งแห่งที่มีปัญหายืดเยื้อมายาวนาน และตำแหน่งอธิการบดีตัวจริงเว้นว่างมาตั้งแต่ปี 2558 หรือนานกว่า 3 ปี

สภา มก.ที่มี นายนิวัฒ เรืองพานิช เป็นนายกสภา มีมติเลือก นายบดินทร์ รัศมีเทศ รองอธิการบดี มก.วิทยาเขตศรีราชาเป็นอธิการบดี แทน นายวุฒิชัย กปิลกาญจน์ อดีตอธิการบดี มก. ที่หมดวาระ

แต่ก็ต้องสะดุด เมื่อสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) มีหนังสือขอยับยั้งการเสนอโปรดเกล้าฯ ไปยัง มก.เพราะมีผู้ร้องเรียนคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อ

สภา มก.ขณะนั้นได้ตรวจสอบคุณสมบัติ และยืนยันเสนอชื่อนายบดินทร์ เป็นอธิการบดี มก.ถึง 3 รอบ

จนสภา มก.ชุดที่นายนิวัฒเป็นนายกสภา หมดวาระ

นายวิโรจ อิ่มพิทักษ์ อดีตอธิการบดี มก.ที่เข้ามารับไม้ต่อในฐานะนายกสภา มก. งานแรกคือแก้ปัญหาการสรรหาอธิการบดี มก. โดยยังยืนยันชื่อนายบดินทร์ ไปอีกหลายรอบ แต่ก็ถูก สกอ.ตีกลับทุกครั้ง

สภา มก.ชุดนายวิโรจจึงยอมถอย และมีมติให้ยกเลิกมติของสภา มก.ชุดก่อนหน้านั้น พร้อมเดินหน้ากระบวนการสรรหาอธิการบดีใหม่

เป็นเหตุให้นายบดินทร์ยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง ให้เพิกถอนมติดังกล่าว!!

หลังจากนั้น มก.ก็ตกอยู่ในภาวะ สุญญากาศŽ เพราะขาดอธิการบดีตัวจริงมานานถึง 3 ปี

ท่ามกลางกระแสคลื่นใต้น้ำ และวิกฤตการเปลี่ยนผ่านจากมหาวิทยาลัยของรัฐไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ หรือมหาวิทยาลัยนอกระบบ ยังอยู่ในภาวะ วิกฤตŽ !!

แม้จะมีรักษาการอธิการบดี มก.มานั่งบริหารงานแทน แต่โดยหลักการเมื่อไม่มีอธิการบดีตัวจริง ย่อมส่งผลเสียต่อการพัฒนามหาวิทยาลัยในหลายด้าน โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนผ่าน

เพราะการตัดสินใจหลายเรื่อง จำเป็นต้องให้อธิการบดีตัวจริง ตัดสินใจ!!

แต่จนแล้วจนรอด สภา มก.ชุดนายวิโรจก็ยังไม่สามารถเฟ้นหาผู้เหมาะสมมาเป็นอธิการบดีตัวจริงได้…

แถมตำแหน่งสำคัญๆ อย่างคณบดี และผู้อำนวยการสำนักต่างๆ ซึ่งผู้นั่งในตำแหน่งเหล่านี้ จ่อเกษียณอายุราชการอีกกว่า 40 ตำแหน่ง

กระทั่งนายวิโรจพ้นจากนายกสภา มก.ไป ส่งต่อให้ นายกฤษณพงศ์ กีรติกร นายกสภา มก.คนล่าสุด เข้ามาสานต่อ เมื่อปี 2560 ถึงวันนี้ ได้ทยอยสรรหาคณบดี และผู้อำนวยการสำนัก ไปแล้วหลายอัตรา

ล่าสุด ในการประชุมสภา มก.วาระพิเศษ วันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา มก.มีมติเริ่มกระบวนการสรรหาอธิการบดีคนใหม่

พร้อมประกาศว่า ภายในปี 2562 จะได้เห็นหน้าตาอธิการบดี มก.ตัวจริง เสียงจริง ที่ใครๆ เฝ้ารอเสียที!!

แม้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายใน มก.ยังไม่ถึงขั้นสาหัสมากนักเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยอีกหลายๆ แห่ง แต่ขั้นตอนทางกฎหมาย และการฟ้องร้อง ก็ทำให้เรื่องยืดเยื้อ แก้ไขยาก

จนการพัฒนามหาวิทยาลัยเกือบเป็น อัมพาตŽ !!

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.)เป็นอีกหนึ่งแห่ง ที่ยังไม่มีอธิการบดีตัวจริง แต่ชัดเจนว่าเกิดจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างสภา มสธ.และฝ่ายบริหาร โดยสภา มสธ.สั่งปลด นพ.ชัยเลิศ พิชิตพรชัย อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล อดีตอธิการบดี มสธ.กลางอากาศ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2559

โดยอ้างปมปัญหาการทำงาน ไม่สามารถปฏิบัติงานได้เต็มเวลา เพราะไปเรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ที่สำคัญ ไม่สามารถแก้ปัญหาของมหาวิทยาลัยได้ โดยเฉพาะจำนวนนักศึกษาที่ลดลงถึงปีละ 10,000 คน

นพ.ชัยเลิศเดินหน้ายื่นฟ้องศาลปกครองทันทีที่ทราบมติ!!

ตามมาด้วยการ ลาออกŽ ของ นายสมจินต์ สันถวรักษ์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ยื่นลาออกต่อ นายองค์การ อินทรัมพรรย์ นายกสภา มสธ.ขณะนั้น โดยระบายความในใจว่าหากไม่มีการแก้ไขกระบวนการทำงานภายในองค์กร จะขอยุติบทบาท

แม้ สกอ.จะชี้ว่านายสมจินต์สิ้นสถานภาพเป็นกรรมการสภา มสธ. แต่สภา มสธ.แย้งคำวินิจฉัยของ สกอ. โดยอ้างว่านายกสภา มสธ.ยังไม่ได้เปิดอ่าน และนายสมจินต์ยังไม่ได้ลาออก แค่ยุติบทบาท จึงได้แต่งตั้งนายสมจินต์รักษาการแทนอธิการบดี มสธ.

จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ ซึ่งสภา มสธ.มีมติเลือก นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ เป็นอธิการบดีคนใหม่ในเดือนมีนาคม 2560 และทันทีที่สภา มสธ.มีมติดังกล่าว นายสุจินต์ได้ยื่นลาออกจากตำแหน่งทันที

แต่รายชื่อนายวรรณธรรมกลับไม่ถูกนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพราะถูกทักท้วงจาก สกอ. เหตุเพราะกรรมการสภา มสธ.ไม่รับรองรายงานการประชุมสรรหาอธิการบดี ครั้งที่ 6/2560 เนื่องจากการแต่งตั้งนายสมจินต์เป็นรักษาการอธิการบดี ทั้งที่แสดงเจตนาลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภา มสธ.ทำให้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ดราม่าที่เกิดขึ้นใน มสธ.วุ่นวายถึงขั้น กกอ.เกือบเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ใช้มาตรา 44 ตามคำสั่ง 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา เข้าไปแก้ปัญหา

ล่าสุด นายวิจิตร ศรีสอ้าน อดีตรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ฉายา 9 อรหันต์ปฏิรูปการศึกษายุคแรก เข้าไปเป็นนายกสภา มสธ. แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้อธิการบดีคนใหม่

แถมแว่วว่า สภา มสธ.ชุดปัจจุบัน ไม่แคร์ว่าจะมีอธิการบดีตัวจริงหรือไม่ ก็ไม่เดือดร้อน เพราะการบริหารงานใน มสธ.ไม่มีปัญหา?

อีกแห่งคือ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แม้จะยังมีอธิการบดีตัวจริงนั่งบริหารงาน แต่ปัญหาภายในก็คุกรุ่นไม่น้อย

จนถึงขั้น กกอ.เสนอให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในล็อตเดียวกับ มทร.ล้านนา ที่เพิ่งถูกประกาศชื่อเพิ่มในคำสั่งมาตรา 44 และแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมเข้าไปแก้ไข แต่ก็รอดตัวไปได้

เพราะฝ่ายกฎหมายของ คสช.ตีความว่ากรณีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ถือเป็นเรื่องส่วนตัว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ปัญหาภายในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัย ที่มี นายอำนวย ยศสุข นายกสภา และฝ่ายบริหารที่มี นายจำเนียร ยศราช อธิการบดี ถูกบุคลากรร้องเรียนกล่าวหาว่า เกี้ยเซี้ยŽ กัน

โดยกล่าวหาว่าการบริหารงานของอธิการบดีทุจริต ใช้อำนาจโดยมิชอบ ทั้งยังเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงให้แก่พวกพ้อง ซึ่งได้แจ้งความดำเนินคดีเอาไว้แล้ว รวมทั้งได้ยื่นร้องเรียนถึง สกอ.และ ป.ป.ช.อยู่ระหว่างตรวจสอบ

โดยบุคลากรในมหาวิทยาลัยแม่โจ้มองว่าสภาเพิกเฉย ไม่มีการดำเนินการใดๆ และเอื้อประโยชน์ต่อกัน ที่สำคัญมีการตั้งกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากกลุ่มนักธุรกิจ ทำให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้เสมือนเป็นเงาของมหาวิทยาลัยเอกชนไปกลายๆ

ฉะนั้น แม้จะรอดจากมาตรา 44 ไปได้ แต่ก็ใช่ว่าปัญหาจะหมด!!

เพราะ เกมชิงอำนาจŽ ที่เกิดขึ้นภายในรั้วมหาวิทยาลัยในขณะนี้ ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยลง

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้นในรั้วอุดมศึกษา และยังไม่ได้ลงลึกถึงคุณภาพการศึกษาที่ ลดลงŽ ตามลำดับ

ขณะที่ผู้เรียนมี ทางเลือกŽ มากขึ้น…

ถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งต้องจับตาว่าชาวอุดมศึกษาจะแก้ไขปัญหากันอย่างไร

เชื่อว่า ถ้าประชาคมมหาวิทยาลัยทุกคนมองที่เป้าหมายเดียวกัน คือ คุณภาพŽ การศึกษา และ เยาวชนŽ เป็นหลัก

วิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้น คงแก้ไขได้ไม่ยาก!!

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1065209

เปิดอ่าน 719 ครั้ง