วันศุกร์ 17 สิงหาคม 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > บทความ > โชว์บัญชี ‘เงินเดือน-เงินวิทยฐานะ-ค่าตอบแทนพิเศษ’ครู ‘พอ-ไม่พอ’ ใช้หนี้ธ.ออมสิน??

โชว์บัญชี ‘เงินเดือน-เงินวิทยฐานะ-ค่าตอบแทนพิเศษ’ครู ‘พอ-ไม่พอ’ ใช้หนี้ธ.ออมสิน??

หมวดหมู่ : บทความ 21 กรกฎาคม 2561 เปิดอ่าน 1,921 ครั้ง

กรณีกลุ่มครูมหาสารคาม ประกาศปฏิญญามหาสารคาม เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2561 โดยเรียกร้อง 1.ขอให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้โครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ทุกโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป และ 2. ลูกหนี้ ช.พ.ค. จำนวน 4.5 แสนคน จะยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสินตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป

ต่อมาธนาคารออมสินมีหนังสือเวียนถึงกรรมการผู้จัดการ/หัวหน้าสำนักงานเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2561 เรื่องขอให้เร่งดำเนินการฟ้องคดีกับลูกหนี้สินเชื่อครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ไม่เข้าร่วมมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ โดยถ้าลูกหนี้คนไหน ผิดนัดชำระหนี้และได้ส่งจดหมายบอกกล่าวไปแล้ว ให้เร่งฟ้องคดีทันที โดยกำชับว่าให้ฟ้องภายในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2561 ส่วนคนไหนที่ผิดนัด แต่ธนาคารยังไม่ส่งจดหมายเตือน ก็ให้รีบเตือนภายในเดือนกรกฎาคมนี้ และเร่งฟ้องร้องในเดือนสิงหาคม 2561

เรื่องดังกล่าวเกิดการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ฝ่ายหนึ่งมองว่าครูมีเงินเดือนน้อย ไม่เพียงพอที่จะใช้จ่ายหนี้ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าเงินเดือนของครูไม่น้อย แต่ปัญหาคือขาดวินัยทางการเงิน

“มติชน” จึงได้หาข้อมูลพบว่าฐานเงินเดือนของครู ตามพ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษา(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2558 ปรากฏว่า

เงินเดือนขั้นต่ำ/ขั้นสูงของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ปัจจุบัน ดังนี้ ครูผู้ช่วย ขั้นสูง 24,750 บาท ขั้นต่ำ 15,050 บาท, ครูคศ.1 ขั้นสูง 34,310 บาท ขั้นต่ำ 15,440 บาท, ครูคศ.2 ขั้นสูง 41,620 บาท ขั้นต่ำ 16,190 บาท, ครูคศ.3 ขั้นสูง 58,390 บาท ขั้นต่ำ 19,860 บาท, ครูคศ.4 ขั้นสูง 69,040 บาท ขั้นต่ำ 24,400 บาท, และ ครูคศ.5 ขั้นสูง 76,800 บาท ขั้นต่ำ 29,980 บาท

สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีวิทยฐานะ จะมีอัตราเงินวิทยฐานะ ดังนี้ วิทยฐานะชำนาญการ(ชน.) 3,500 บาท, วิทยฐานะชำนาญพิเศษ(ชนพ.) 5,600 บาท, วิทยฐานะเชี่ยวชาญ(ชช.) 9,900 บาท, วิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ(ชชพ.) (ซี10) 13,000 บาท (ซี11) 15,600 บาท ทั้งนี้วิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ 13,000 บาทสำหรับครูคศ.4 , วิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ 15,600 บาทสำหรับครู คศ.5

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไม่เพียงแค่เงินเดือน เงินวิทยฐานะเท่านั้น ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีวิทยฐานะตั้งแต่ชำนาญการพิเศษขึ้นไป ยังจะได้รับเงินค่าตอบแทนที่อัตราเท่ากับค่าวิทยฐานะด้วย ทั้งนี้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งยังคงมีผลมาถึงปัจจุบัน ซึ่งมีอัตราดังนี้ ค่าตอบแทนพิเศษสำหรับวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ 5,600 บาท, ค่าตอบแทนพิเศษสำหรับเชี่ยวชาญ 9,900 บาท และค่าตอบแทนสำหรับวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ 13,000/15,600 บาท (ยกเว้นวิทยฐานะชำนาญการ ที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนพิเศษ)

ด้านนายอดิศร เนาวนนท์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)นครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนใหญ่ครูเกษียณอายุราชการด้วยเงินเดือนอยู่ที่ 50,000 บาท แต่ที่บ่นกันว่าเงินไม่เพียงพอที่จะใช้หนี้ ก็เนื่องจากเงินวิทยฐานะไม่ได้ถูกนำมาคิดคำนวณในเงินบำเหน็จบำนาญ ตัวอย่างเช่น สมัยยังเป็นครูประจำการ รับเงินเดือนอยู่ที่ 50,000 บาทและครูส่วนใหญ่มีวิทยฐานะอยู่ที่ชำนาญการพิเศษ ซึ่งจะได้เงินวิทยฐานะ 5,600 บาท บวกอีก 5,600 บาทซึ่งเป็นค่าตอบแทนเท่ากับเงินวิทยฐานะ รวมเป็น 12,000 บาท แต่เมื่อเกษียณอายุราชการ เงินวิทยฐานะดังกล่าวไม่ได้รับ และไม่ได้ถูกนำมาคิดคำนวณเป็นเงินบำเหน็จบำนาญ ยิ่งกว่านั้นโดนหนักไปอีก 30-40% ตามอายุราชการ เพราะครูส่วนใหญ่รับราชการอยู่ที่ 30 ปี ฉะนั้นเงินเดือน 50,000 บาท ก็จะถูกหักไปประมาณ 30-40% เงินบำนาญที่ได้รับจึงเหลืออยู่ที่ 30,000-40,000 บาท

นายอดิศร กล่าวต่อว่า สำหรับครูประจำการนั้น เงินเดือนเหลือเฟือแน่นอน ไม่มีปัญหาในการชำระหนี้ เพราะก่อนเกษียณ ส่วนใหญ่เงินเดือน 50,000 บาทเมื่อรวมถึงกับเงินวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ 5,600+5,600 บาท จึงใช้จ่ายได้สบาย อย่างไรก็ตามครูส่วนหนึ่งที่กู้โครงการการฌาปนกิจช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.) นั้น เพราะเข้าใจว่าเป็นเงินค่าทำศพ คือปกติสมาชิกช.พ.ค.จะต้องจ่ายค่าทำศพให้เพื่อนครูที่เสียชีวิต ศพละ 1 บาท ซึ่งแต่ละเดือน มีครูเสียชีวิตประมาณ 600-700 คน หรือจ่ายเงินช.พ.ค.ราวๆ เดือนละ 600-700 บาท โดยเงินค่าทำศพ ทายาทจะได้รับ ครูก็เข้าใจว่าเป็นการกู้เงินค่าทำศพมาใช้ โดยไม่ต้องให้ทายาท แต่ไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเป็นเงินในอนาคตแถมดอกเบี้ยสูงมาก และบริษัททิพยประกันภัยก็บังคับให้ทำประกันชีวิตลอดสัญญาโดยหักทันทีที่กู้ อย่างโครงการ ช.พ.ค.รุ่นแรกๆ ดอกเบี้ย – 0.5% รุ่นหลังๆ -0.85 หลังนั้นก็เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวซึ่งสูงมาก แต่ที่ครูต้องกู้ช.พ.ค. เพราะไม่มีช่องทางการอื่น ไม่มีทางเลือก เนื่องจากการกู้ธนาคาร ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ครูกู้ไม่ได้ ไม่มีหลักทรัพย์

“ผมเคยเป็นครูประถม เคยเป็นครูใหญ่ ผมเคยกู้ไปซื้อที่นา ทิพยประกันภัยบังคับทำประกันภัยตลอดสัญญา หักไปทันทีที่กู้ 6 หมื่นบาท แถมดอกเบี้ยสูงมาก กู้ไปปีกว่าๆ เจอดอกเบี้ยแพง เลยเข็ด รีบไปกู้ที่อื่นมาปิดบัญชี ปิดบัญชีแล้วได้เงินประกันคืนมาแค่หมื่นเดียว” นายอดิศร กล่าวและว่า ครูส่วนใหญ่กู้มาทำธุรกิจหรือไม่ก็ทำการเกษตร แต่เนื่องจากเกิดความผิดพลาดเพราะทำธุรกิจไม่เป็น เลยเกิดปัญหา แต่ถามว่าครูที่กู้มาใช้จ่ายไม่เหมาะสม มีไหม อย่างพวกเล่นพนัน ก็มี แต่เป็นส่วนน้อยมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเป็นครูประจำการ ไม่น่ามีปัญหาเรื่องไม่มีเงินชำระหนี้ใช่หรือไม่ นายอดิศร กล่าวว่า ไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะก่อนเกษียณ ครูส่วนใหญ่เงินเดือนอยู่ที่ 50,000 บาท เมื่อรวมกับเงินวิทยฐานะ+เงินค่าตอบแทนที่เท่ากับเงินวิทยฐานะ 5,600+5,600 ก็ใช้จ่ายได้เหลือเฟือ

เมื่อถามต่อว่า ยิ่งครูที่มีวิทยฐานะเชี่ยวชาญและเชี่ยวชาญพิเศษ ก็ยิ่งมีรายได้สูงขึ้นใช่หรือไม่ อย่างเชี่ยวชาญ 9,900 +9,900 บาท เป็นต้น นายอดิศร กล่าวว่า ตามหลักการเป็นอย่างนั้น คือ วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ได้ 5,600+5,600 บาท เชี่ยวชาญ 9,900+9,900 บาท และ เชี่ยวชาญพิเศษ 13,000+13,000 บาท หรือ 15,600 +15,600 บาท ยกเว้นวิทยฐานะชำนาญการที่จะไม่ได้บวกในส่วนของค่าตอบแทนพิเศษ แต่ทั้งนี้ในความเป็นจริง ครูส่วนใหญ่ของประเทศ จะมีวิทยฐานะอยู่ที่ “ชำนาญการพิเศษ” เป็นส่วนใหญ่ คนที่ได้วิทยฐานะเชี่ยวชาญ มีน้อยมาก ยิ่งเชี่ยวชาญพิเศษ ทั่วประเทศมีไม่กี่ราย ซึ่งส่วนใหญ่เกษียณไปแล้ว ส่วนที่ถามว่าทำไมวิทยฐานะชำนาญการ ถึงไม่ได้รับค่าตอบแทนพิเศษ 3,500 บาทนั้น เรื่องนี้ตนตอบไม่ได้ อย่างคนที่เคยเป็นครูที่ได้รับวิทยฐานะชำนาญการ 3,500 บาท เมื่อโอนมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เงิน 3,500 บาท ก็ไม่ได้ด้วย เรื่องค่าตอบแทนพิเศษเท่ากับเงินวิทยฐานะนี้มีมาตั้งแต่สมัยนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ ยังไม่มีการยกเลิกมาจนถึงทุกวันนี้ เหมือนอ้อยเข้าปากช้าง ที่เมื่อมีมติมาแล้ว ไม่มีรัฐบาลชุดไหนกล้าที่จะยกเลิก

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปทางสำนักงานสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) ได้คำตอบว่า มีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้วิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ ทั่วประเทศ 6 คน ดังนี้ 1.นายนคร ตังคะพิภพ ผอ.โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จ.เพชรบุรี 2.นางศรีลักษณ์ ผลวัฒนะ ครู โรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขาวิทยาศาสตร์ (เคมี) 3.นางสาวพลพิมล ชาญชัยเชาวน์วิวัฒน์ ครู โรงเรียนบางมด สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์ สาขาวิทยาศาสตร์ (เคมี) 4.นายสมเดช ศรีแสง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1 5.นางสาวรัตนา สถิตานนท์ ครู โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย (สาขาภาษาไทย) และ 6.นางกิตติกร คัมภีรปรีชา ศึกษานิเทศก์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 โดยปัจจุบันทั้งหมดได้เกษียณไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีวิทยฐานะในปัจจุบัน ข้อมูลจากสำนักงาน ก.ค.ศ. มีดังนี้ เชี่ยวชาญพิเศษ(ชชพ.) ปัจจุบันไม่มี, เชี่ยวชาญ 545 คน ชำนาญพิเศษ(ชนพ.) 142,521 คน และชำนาญการ(ชน.) 147,911 คน

ผู้สื่อข่าวรายว่า สำหรับข้อมูลผู้กู้เงินโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.1-7 รวบรวมโดยธนาคารออมสิน และ สกสค. อัพเดตเมื่อวันที่ 30 เมษยน 2561 มีดังนี้ โครงการ ช.พ.ค.1 วงเงิน 2 แสนบาท จำนวน 10,519 บัญชี เป็นเงิน 2,030.89 ล้านบาท, โครงการ ช.พ.ค.2 -โครงการ ช.พ.ค.3 วงเงิน 2 แสนบาท จำนวน 23,404 บัญชี เป็นเงิน 2,623.49 ล้านบาท, โครงการ ช.พ.ค.4 วงเงิน 2 แสนบาท จำนวน 4,803 บัญชี เป็นเงิน 624.04 ล้านบาท, โครงการ ช.พ.ค.5 วงเงิน 6 แสนบาท จำนวน 45,573 บัญชี เป็นเงิน 20,113.65 ล้านบาท, โครงการ ช.พ.ค.6 วงเงิน 1.2 ล้านบาท จำนวน 175,780 บัญชี เป็นเงิน 146,943.87 ล้านบาท, และโครงการ ช.พ.ค.7 วงเงิน 3 ล้านบาท จำนวน 223,499 บัญชี เป็นเงิน 238,586.99 ล้านบาท รวม 483,578 บัญชี เป็นเงิน 410,923 ล้านบาท

 

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1052637